ปัญหาขอบตาดำคล้ำ อาจรุนแรงกว่าแค่พักผ่อนไม่เพียงพอ

ปัญหาใต้ตาดำคล้ำ นอกจากทำให้เสียบุคคลิกภาพ ทำให้ดูโทรม ป่วย แก่กว่าวัยแล้ว อาการขอบตาดำคล้ำอาจกำลังบ่งบอกถึง Health Status ด้วยก็ได้นะคะ

บริเวณรอบใต้ตาดำคล้ำ เป็นการสะท้อนถึงการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดฝอยของตา มีการคั่งค้าง อุดกั้น ไหลเวียนไม่สะดวก เมื่อเวลาผ่านไปการไหลเวียนยิ่งน้อยลง อาการดำคล้ำก็จะสังเกตได้มากขึ้น สาเหตุของขอบตาดำ ที่พบได้บ่อย 1. กรรมพันธุ์ หากสังเกตุดูคนในครอบครัวมีขอบตาดำคล้ำ ก็อาจสรุปได้ว่าเป็นกรรมพันธุ์ที่ถูกถ่ายทอดมา อย่างไรก็ตามไม่จำเป็นว่ารุ่นลูกรุ่นหลานทุกคนจะขอบตาดำคล้ำกันทุกคนนะคะ คนที่มีผิวขาวจะทำมห้เห็นคว่มดำคล้ำได้ชัดเจนกว่าคนผิวเหลือง น้ำตาล หรือผิวสีเข้ม ซึ่งสาเหตุนี้การรักษาและป้องกันอาจจะยากกว่าสาเหตุอื่นๆค่ะ

2. โรคภูมิแพ้ สาเหตุสำคัญของอากรขอบตาล่างคล้ำ (allergic shiner) เกิดจากการที่โพรงจมูกบวมมานาน เพราะมีหลอดเลือดฝอยคลั่งบริเวณโพรงจมูก และไซนัส จึงทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ตาได้ บางคนมีอาการคันหัวตา โดยไม่มีอากรแดง เพราะมันเกิดจากการที่เยื่อจมูกบวมมาก ทำให้ท่อน้ำตาที่อยู่ติดกันอักเสบ แล้วเกิดอาการคันมากที่หัวตา ดังนั้น สำหรับผู้ที่มีอาการขอบตาดำ จากการเป็นโรค ภูมิแพ้ ควรต้องแก้ไขที่ต้นเหตุจะดีที่สุดค่ะ


3. ที่คนส่วนใหญ่รู้คือขอบตาคล้ำจากการเสียสมดุลของร่างกาย เช่น การนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ อดนอน ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย ทำให้การไหลเวียนของโลหิตไม่ดี สารอาหารในเลือดลดลง เส้นเลือดตีบทำให้เกิดความคล้ำ ร่างกายเหน็ดเหนื่อย เนื่องจากร่างกายจะถูกบังคับให้ผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล ในการตอบสนองต่อภาวะเครียดต่างๆ เพื่อทำให้เรารู้สึกตื่นตัว ซึ่งก็จะทำให้ปริมาณเลือดในร่างกายมากขึ้น ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวมากขึ้นตามกัน


แต่แท้จริงแล้วอาการใต้ตาดำคล้ำเป็นอาการที่สะท้อนถึงความผิดปกติของร่างกายได้อีกมาก เช่น

การอ่อนล้าของระบบประสาทจากความเครียด อารมณ์ที่แปรปรวน การรับประทานอาหารเช่นของเย็น ในช่วงที่มีประจำเดือน การรับประทานอาหารจำพวกแป้งและของหวานมากเกินไป จนทำให้เกิดกระบวนการเผาผลาญมีคาร์บอนไดออกไซด์มาก ทำให้เลือดดำคล้ำ การเจ็บป่วยเรื้อรังหรือสุญเสีพลังเรื้อรัง ภาวะความเป็นกรดมากขึ้น ซึ่งมีหลายปัจจัย เช่น อาหาร ยา สารพิษ โรคตับ โรคไต ภาวะสารแคลเซียมในร่างกายน้อย ภาวะตับและไตพร่อง


แพทย์แผนจีนพูดถึงความสัมพันธ์ของอวัยวะภายในกับดวงตาไว้ว่า

“ตับมีทวารเปิดที่ตา” และ “พลังของไตจะขึ้นบนมากำกับความมีชีวิตชีวาของดวงตา”

ความผิดปกติของบริเวณดวงตา จึงเกี่ยวข้องกับตับและไต ตับเป็นที่สะสมเลือด ไตเป็นที่สะสมสารจำเป็นที่เรียกว่าจิง ถ้าเลือดและสารจิงมีความสมบูรณ์ครบถ้วน ดวงตาก็จะสดใส มีชีวิตชีวา ขอบตาจะไม่ดำคล้ำ ไตเป็นอวัยวะที่ให้พลังพื้นฐานแก่ร่างกาย และให้สารจิงเพื่อการสร้างความมีชีวิตชีวา ส่วนตับเกี่ยวข้องกับเลือด การบกพร่องของตับทำให้มีการอุดกั้นของเลือด การไหลเวียนไม่สะดวก


ในทางการแพทย์สมัยใหม่ คนไข้ที่มีภาวะของไตพร่องและการไหลเวียนของเลือดไม่ดี มักเกี่ยวข้องกับภาวการณ์แปรปรวนของระบบต่อมไร้ท่อ ฮอร์โมน ต่อมหมวกไต โรคหัวใจขาดเลือด และโรคที่เกี่ยวข้องกับการไหลเวียนของเลือดติดขัด โรคที่เกิดจากภาวการณ์สูญเสียพลังอย่างต่อเนื่องยาวนาน จะมีผลต่อการไหลเวียนของหลอดเลือดเล็กๆ ที่ปรากฏรอบๆดวงตา และเม็ดสีที่บริเวณนั้นด้วย


อีกทั้งกฎตามธรรมชาติซึ่งก็คือ วัยที่เพิ่มขึ้น ผิวหนังรอบดวงตาจะบางลง เนื่องจากเราจะสูญเสียคอลลาเจน ทำให้ผิวส่วนนั้นดำคล้ำ วิธีตรวจหาสาเหตุของอาหารขอบตาดำ 1. ดึงผิวหนังใต้ตาลงสัก 30 วินาที หากพบว่า สีคล้ำขึ้น ขอบตาดำอาจมีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ หรืออายุที่มากขึ้น 2. สีไม่เปลี่ยน ขอบตาดำอาจมีสาเหตุมาจากภูมิแพ้ อาการของโรคต่างๆ

หรือสัมผัสแสงแดดมากเกินไป การรักษาภาวะของขอบตาดำคล้ำ จะต้องพิจารณาถึงภาวะองค์รวมของร่างกาย และให้การรักษาร่างกาย จิตใจ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวันด้วยนะคะ

ดู 0 ครั้ง

Thrive Clinic ไธรฟ์ คลินิก 
โครงการ The Crystal เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา

🕙เปิดทุกวัน 10:00-20:00

© 2020 by Thrive Clinic

📱โทร. 095-934-9640

LINE @thrivewellnessth

Instagram: thrivewellnessth