การรักษาด้วย PRP หรือ PLATELET RICH PLASMA

thrive-newlogo-Jan-20.png
PRP-05.jpg

PRP หรือ PLATELET RICH PLASMA คือ การสกัดเอาเกล็ดเลือดส่วนที่เป็นของเหลวหรือน้ำเลือด ( Plasma ) ซึ่งอุดมไปด้วยเกล็ดเลือด  ( Platelet )  มีโปรตีนและเซลล์จากกระแสเลือดเข้มข้น  ใช้ในการรักษา ซ่อมแซมข้อต่อ เนื้อเยื่ออ่อน  เอ็น หรือกล้ามเนื้อ ที่มีอาการบาดเจ็บและอักเสบ เสื่อม เรื้อรัง  รวมไปถึงการบาดเจ็บของระบบโครงสร้างมนุษย์ อาทิ เอ็น กล้ามเนื้อ กระดูก กระดูกอ่อน  โดยวิธีฉีด PRP  เข้าสู่จุดที่มีการบาดเจ็บ จะช่วยลดอาการบาดเจ็บ กระตุ้นกระบวนการในสมานแผลของร่างกายมนุษย์เร็วขึ้น  และยังช่วยให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ข้อสำคัญ คือ ไม่อันตรายเนื่องจากเป็นส่วนประกอบจากเลือดของผู้ป่วยเอง

 

PRP หรือ เกล็ดเลือดหนาแน่น มีส่วนช่วยในการบำบัดข้อเข่าเสื่อม ใน PRP หรือเกล็ดเลือดหนาแน่น จะมีองค์ประกอบของ Growth Factor ที่เป็นปัจจัยที่ช่วยเร่งกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อโดยธรรมชาติของร่างกายอยู่ในปริมาณที่สูงกว่าปกติมาก ทำให้อัตราการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอทำได้เร็วขึ้น 

อาการบาดเจ็บที่รักษาโดยการทำ
PRP treatment

  1. บาดเจ็บเรื้อรัง เช่น เอ็นข้อศอกด้านนอก , เอ็นหน้าเข่า , เอ็นร้อยหวาย , รองช้ำ , เอ็นขาหนีบ , เอ็นสะโพก

  2. การบาดเจ็บของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ แบบฉับพลัน เช่น กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (มักพบในนักกีฬาฟุตบอล กล้ามเนื้อน่อง, กล้ามเนื้อต้นขานอก)

  3. กระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูกเสื่อม

  4. ข้อเข่าเสื่อม

  5. การผ่าตัดบางชนิด เช่น การผ่าตัดซ่อมเอ็นหัวไหล่ เป็นต้น

  6. การเจ็บปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังจากโรค office syndrome

ประโยชน์ของPRP ในด้านความงาม

  • สามารถช่วยเพิ่มความแข็งแรงของรากผม สำหรับผู้ที่มีเส้นผมอ่อนแอ และหลุดร่วงง่าย

  • การฟื้นฟูและคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวหน้า

  • ช่วยให้หน้าใสฉ่ำน้ำ

  • เพิ่มคอลลาเจน และความยืดหยุ่นให้กับผิวอีกครั้ง

  • นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องหลุมสิว รอยสิว หรือรอยแผลเป็นให้น้อยหรือเล็กลงอีกด้วย

ข้อจำกัดในการฉีด PRP

- ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็ง, ติดเชื้อ, โรคผิวหนังบางประเภท

- โรคการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ

- คนไข้ที่กินยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาละลายลิ่มเลือด

- โลหิตจาง

- ตั้งครรภ์

ขั้นตอนในการเตรียมตัว

PRP-06.jpg
PRP-04.jpg
PRP-02
PRP-02

press to zoom
PRP-03
PRP-03

press to zoom
PRP-01
PRP-01

press to zoom
PRP-02
PRP-02

press to zoom
1/3

การเตรียมตัวมาฉีด PRP คือ พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที ผลข้างเคียงค่อนข้างน้อยถึงแทบจะไม่มีเลย 

มีข้อระวังอยู่ว่าถ้าเกิดอาการป่วยอยู่ขอให้รักษาหายดีก่อนเพราะอาจจะมีเชื้อโรคอยู่ในกระแสเลือดเนื่องจากเป็นเลือดของเราเอง  

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดสูง

  1. หลังจากฉีด PRP ผู้ป่วยอาจมีอาการชา บริเวณที่ฉีดหรือบริเวณใกล้เคียงได้ ประมาณ 1-2 ชั่วโมงแรก และอาจมีอาการปวดหลัง จากฉีด PRP ประมาณ 1-2 วัน หลังจากนั้นอาการปวดจะค่อยๆ ดีขึ้น

  2. ถ้ามีอาการปวดควรประคบเย็นบริเวณที่ฉีด PRP 2-3 วัน หรือ ทานยาแก้ปวด ตามแพทย์สั่ง ถ้ายังมีอาการปวดมาก หลังจาก 4-5 วัน ควรปรึกษาแพทย์

  3. อาจมีอาการบวมได้หลังฉีดยา ซึ่งเกิดจากการฉีด PRP และอาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงเอง

  4. ถ้ามีอาการปวดบวมแดงร้อน บริเวณที่ฉีด PRP หรือ มีไข้ 2-3 วัน หลังฉีด ควรรีบปรึกษาแพทย์

  5. กรุณางดใช้ยากลุ่มต้านการอักเสบ เช่น Ibuprofen หรือ Aspirin เป็นเวลา 3 วันหลังฉีด PRP

  6. รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
 
Add Line @thrivewellnessth