📞 095-934-9640 💬 LINE: @thrivewellnessth 🕐 เปิดทุกวัน 10:00-19:00
THRIVE
🏠 หน้าแรก 💉 วิตามินดริป └ 🧬 NAD+ Therapy 🔬 ตรวจสุขภาพ └ ⏱️ EpiSpan อายุชีวภาพ └ 📊 OligoScan └ 🤧 ภูมิแพ้เฉียบพลัน IgE └ 🧪 สมดุลลำไส้ Urine └ 👨‍👩‍👧 วางแผนมีบุตร 🫁 HBOT 🧠 สุขภาพใจ └ 💬 คุยกับนักบำบัด └ 🌸 Bach Flower Remedies └ ⚡ ภาวะหมดไฟ └ 📝 แบบทดสอบ └ 📖 รวมเรื่อง Mental Health 📚 คลังความรู้ 👥 เกี่ยวกับเรา ปรึกษาฟรี →

เครียดสะสม อาการเป็นอย่างไร ส่งผลต่อร่างกายแค่ไหน และดูแลอย่างไร

หญิงสาวก้มหน้า ใช้สองมือกุมศีรษะ สีหน้าตึงเครียด สื่อถึงความเครียดสะสมที่ส่งผลต่อร่างกายและจิตใจ

สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้

  • เครียดสะสมคือความเครียดที่เกิดต่อเนื่องนานหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน จนร่างกายไม่มีช่วงได้กลับสู่ภาวะปกติ
  • งานวิจัยพบว่าเหตุการณ์ตึงเครียดในชีวิตสัมพันธ์กับการเกิดภาวะซึมเศร้าอย่างชัดเจน และความเครียดเรื้อรังสัมพันธ์กับภูมิคุ้มกันที่ทำงานลดลง
  • คนไทยเช็กระดับความเครียดเบื้องต้นได้ด้วยแบบประเมิน ST-5 ที่พัฒนาโดยโรงพยาบาลศรีธัญญา ถามเรื่องการนอน สมาธิ และความหงุดหงิด
  • ผู้หญิงในช่วงใกล้หมดประจำเดือนมีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้ารุนแรงสูงกว่าช่วงก่อนหมดประจำเดือน 2 ถึง 4 เท่า
  • การฝึกสติและการออกกำลังกายมีหลักฐานว่าช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล
Thrive แนะนำ
Mental Health & Therapist Consult

คุยกับนักบำบัดเรื่องความเครียด นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน เป็นส่วนตัวและปลอดภัย

นัดตรวจที่ Thrive →

เครียดสะสมคือภาวะที่ความเครียดเกิดขึ้นต่อเนื่องนานจนร่างกายและจิตใจไม่ได้พัก ระบบที่ควรทำงานแค่ช่วงสั้นๆ ตอนเจอปัญหาจึงทำงานค้างไว้ตลอด [1][2] งานวิจัยเชื่อมโยงภาวะนี้กับภาวะซึมเศร้า ภูมิคุ้มกันที่ทำงานลดลง และพฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ [3][4][5]


เครียดสะสมคืออะไร

เวลาเจอเรื่องกดดัน ร่างกายจะหลั่ง คอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) และอะดรีนาลีน หัวใจเต้นเร็วขึ้น น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เพื่อให้เรามีแรงรับมือกับปัญหา เมื่อปัญหาผ่านไป ระบบนี้ควรกลับสู่ภาวะปกติ [2]

ปัญหาเกิดเมื่อความเครียดไม่จบ เช่น งานกดดันทุกวัน ดูแลพ่อแม่ที่ป่วย หรือปัญหาการเงินที่ยืดเยื้อ ร่างกายจึงอยู่ในโหมดรับมือตลอดเวลา

ลองนึกภาพเครื่องยนต์รถที่ถูกเร่งเครื่องค้างไว้ทั้งวันทั้งคืน แม้รถไม่ได้วิ่ง ชิ้นส่วนก็สึกหรอเร็วกว่าปกติ นักวิจัยเรียกการสึกหรอสะสมนี้ว่า allostatic load (ภาระสะสมจากความเครียด) [1]

นิยามสั้นๆ: allostatic load คือการสึกหรอสะสมของร่างกายจากความเครียดเรื้อรัง ซึ่งกระทบหลายระบบพร้อมกัน ทั้งฮอร์โมน ภูมิคุ้มกัน การเผาผลาญ และหัวใจ [1]

ความเครียดระยะสั้นช่วยให้เรารับมือกับปัญหาได้ แต่ความเครียดที่ไม่มีวันจบคือสิ่งที่ทำให้ร่างกายสึกหรอ [1][2]


อาการเครียดสะสม เช็กตัวเองอย่างไร

อาการของเครียดสะสมมักค่อยๆ มา จนหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติของชีวิตวัยทำงาน

อาการที่พบบ่อย

  • การนอน: นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก หรือนอนเท่าไหร่ก็ไม่สดชื่น [6]
  • สมาธิและความจำ: ทำงานช้าลง ลืมง่าย ตัดสินใจยาก
  • อารมณ์: หงุดหงิดง่าย ใจร้อน เบื่อ ไม่อยากเจอคน
  • ร่างกาย: ปวดหัว ปวดตึงคอบ่า ท้องไส้ปั่นป่วน ป่วยบ่อย [4]
  • พฤติกรรม: กินมากขึ้นหรือน้อยลง ดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่มากขึ้น ไม่ค่อยขยับร่างกาย [5]

แบบประเมินความเครียดของไทย (ST-5) โรงพยาบาลศรีธัญญา กรมสุขภาพจิต พัฒนาแบบประเมินความเครียดสั้นๆ 5 ข้อ ชื่อ ST-5 ถามถึงอาการในช่วง 2 ถึง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา เช่น ปัญหาการนอน สมาธิลดลง และหงุดหงิดง่าย [7] งานพัฒนาแบบประเมินพบว่าคะแนนสอดคล้องกับแบบวัดความวิตกกังวลมาตรฐาน [7]

นอกจากนี้ยังมีแบบวัดการรับรู้ความเครียด 10 ข้อ (PSS-10) ฉบับภาษาไทย ซึ่งทีมคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทดสอบแล้วว่าใช้วัดในคนไทยได้ [12]

ข้อควรรู้: แบบประเมินเหล่านี้ใช้คัดกรองเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัย ถ้าคะแนนสูงหรืออาการกระทบชีวิตประจำวัน ควรคุยกับแพทย์หรือนักบำบัด [7][12]


เครียดสะสมส่งผลต่อร่างกายอย่างไร

บทความใน JAMA ปี 2007 สรุปว่าความเครียดทางจิตใจสัมพันธ์กับโรคหลายกลุ่ม โดยมีหลักฐานชัดที่สุดในเรื่องภาวะซึมเศร้าและโรคหัวใจ [13]

ระบบ งานวิจัยพบอะไร
อารมณ์และจิตใจ เหตุการณ์ตึงเครียดในชีวิตสัมพันธ์กับการเกิดภาวะซึมเศร้าอย่างชัดเจน และนักวิจัยเห็นว่าเป็นความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล [3]
ภูมิคุ้มกัน การวิเคราะห์งานวิจัยมากกว่า 300 ชิ้นพบว่าความเครียดเรื้อรังสัมพันธ์กับการทำงานของภูมิคุ้มกันที่ลดลงทั้งสองส่วนหลัก [4]
การนอน การนอนไม่พอกระตุ้นระบบฮอร์โมนความเครียด และความเครียดก็ทำให้นอนยาก กลายเป็นวงจรที่ส่งเสริมกัน [6]
หัวใจและการเผาผลาญ ข้อมูลจากคนทำงาน 47,045 คนพบว่าคนที่มีความเครียดจากงานสูง มีโอกาสเป็นเบาหวานมากกว่า 29% และมีโอกาสไม่ออกกำลังกายมากกว่า 34% [5]

ข้อมูลจากงานวิจัยคนทำงานยังพบว่า ความเครียดจากงานไม่ได้สัมพันธ์กับความดันหรือไขมันในเลือดโดยตรง แต่ผ่านทางพฤติกรรม เช่น สูบบุหรี่ ขยับร่างกายน้อย และน้ำหนักเกิน [5] ข้อนี้เป็นข่าวดี เพราะพฤติกรรมเป็นสิ่งที่เราปรับได้

ข้อสรุปที่ใช้ได้จริง: ความเครียดสะสมมักทำร้ายร่างกายผ่าน 2 ทาง คือผลของฮอร์โมนโดยตรง และผ่านพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปเมื่อเราเครียด การดูแลจึงต้องทำทั้งสองทาง [1][5]


ทำไมผู้หญิงวัย 40 ขึ้นไปเครียดสะสมง่าย

ผู้หญิงวัย 40 ถึง 55 ปีหลายคนรับบทหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งงานที่รับผิดชอบสูงขึ้น ลูกที่กำลังโต และพ่อแม่ที่เริ่มต้องการการดูแล ขณะเดียวกันฮอร์โมนก็กำลังเปลี่ยน

ช่วงใกล้หมดประจำเดือนเป็นช่วงที่ใจเปราะบางกว่าปกติ งานวิจัย SWAN ติดตามผู้หญิงอายุ 42 ถึง 52 ปีเป็นประจำทุกปี พบว่า ผู้หญิงมีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้ารุนแรงสูงขึ้น 2 ถึง 4 เท่าในช่วงใกล้หมดประจำเดือนและช่วงแรกหลังหมดประจำเดือน เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหมดประจำเดือน [8] ความเสี่ยงนี้ยังคงอยู่แม้นักวิจัยคำนึงถึงเหตุการณ์ตึงเครียดในชีวิตและอาการร้อนวูบวาบแล้ว [8]

การนอนที่แย่ลง จากอาการร้อนวูบวาบหรือเหงื่อออกตอนกลางคืน ยังทำให้วงจรนอนไม่พอและเครียดง่ายหนักขึ้น [6]

ถ้าคุณอยู่ในช่วงวัยนี้และรู้สึกว่ารับมือกับเรื่องเดิมๆ ได้ยากกว่าเดิม นั่นไม่ได้แปลว่าคุณอ่อนแอลง แต่อาจมีปัจจัยทางร่างกายร่วมด้วย อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ตรวจฮอร์โมนผู้หญิงวัย 40


วิธีจัดการความเครียดสะสมที่มีหลักฐาน

1. ฝึกสติ (mindfulness)

  • การวิเคราะห์รวม 29 งานวิจัยในคนที่สุขภาพดี 2,668 คนพบว่าโปรแกรมฝึกสติ 8 สัปดาห์ (MBSR) ลดความเครียดได้มาก และผลยังคงอยู่ราว 19 สัปดาห์หลังจบโปรแกรม [9]
  • งานทบทวนใน JAMA Internal Medicine พบว่าการฝึกสติช่วยลดความวิตกกังวลและอาการซึมเศร้าได้ในระดับปานกลาง [10]

2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การวิเคราะห์รวมงานวิจัยแบบสุ่มพบว่าการออกกำลังกายลดอาการวิตกกังวลในผู้ที่มีโรควิตกกังวลหรือโรคที่เกี่ยวกับความเครียดได้ในระดับปานกลาง [11]

3. ดูแลการนอนเป็นเรื่องแรกๆ เพราะการนอนกับความเครียดส่งผลถึงกันทั้งสองทาง การนอนให้ได้เวลาเดิมทุกวันจึงช่วยตัดวงจรนี้ได้ [6]

4. สังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปตอนเครียด ถ้าช่วงเครียดคุณสูบบุหรี่ ดื่ม หรือขยับร่างกายน้อยลง การแก้ทีละเรื่องช่วยลดผลเสียต่อหัวใจและการเผาผลาญได้ [5]

5. คุยกับคนที่ไว้ใจหรือผู้เชี่ยวชาญ การบำบัดแบบ CBT เป็นทางเลือกที่มีหลักฐานสำหรับความเครียดและความวิตกกังวล อ่านเพิ่มเติมได้ที่ CBT บำบัดความคิดคืออะไร

คำแนะนำ: เลือกเริ่มเพียง 1 ถึง 2 วิธีที่ทำได้จริงก่อน เช่น เดินเร็ว 20 นาทีหลังเลิกงาน หรือฝึกหายใจ 10 นาทีก่อนนอน แล้วค่อยเพิ่ม ไม่ต้องเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน

ถ้าคุณสงสัยว่าวิตามินหรือสารอาหารช่วยลดความเครียดได้ไหม อ่านต่อได้ที่ วิตามินคลายเครียด มีอะไรบ้าง


เมื่อไหร่ควรพบแพทย์หรือนักบำบัด

ควรพบแพทย์หรือนักบำบัดถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  • อาการเป็นต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ และกระทบงาน การนอน หรือความสัมพันธ์
  • รู้สึกเศร้า หมดความสนใจในสิ่งที่เคยชอบเกือบทุกวัน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะซึมเศร้า [3]
  • ใจสั่น เจ็บหน้าอก หรือหายใจไม่อิ่ม ซึ่งควรตรวจหาสาเหตุทางร่างกายด้วย
  • ใช้แอลกอฮอล์หรือยานอนหลับเพื่อให้ผ่านแต่ละวันไปได้

สำคัญ: ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเองหรือรู้สึกว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ โทรสายด่วนสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที

อ่านเพิ่มเติมเรื่องอาการที่ใกล้เคียงกันได้ที่ ภาวะหมดไฟ Burnout และ รับมือโรคแพนิค


มุมมองจากทีมแพทย์ Thrive

ที่ Thrive Wellness Clinic ผู้หญิงวัย 40 ขึ้นไปหลายคนมาหาเราด้วยอาการ "เหนื่อยแต่ตรวจไม่เจออะไร" นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย และรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่คนเดิม

แนวทางของเราคือ เข้าใจก่อนดูแล เราไม่มองความเครียดเป็นเรื่องของใจอย่างเดียว เราฟังเรื่องราวของแต่ละคน ดูการนอน ฮอร์โมน และสารอาหารประกอบกัน แล้วจึงวางแผนร่วมกัน ทั้งการคุยกับนักบำบัดและการดูแลร่างกาย

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษา หากมีอาการรุนแรงหรือต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต


References

[1] Juster, R. P., McEwen, B. S., & Lupien, S. J. (2010). Allostatic load biomarkers of chronic stress and impact on health and cognition. Neuroscience & Biobehavioral Reviews, 35(1), 2–16. https://doi.org/10.1016/j.neubiorev.2009.10.002

[2] McEwen, B. S. (2007). Physiology and neurobiology of stress and adaptation: central role of the brain. Physiological Reviews, 87(3), 873–904. https://doi.org/10.1152/physrev.00041.2006

[3] Hammen, C. (2005). Stress and depression. Annual Review of Clinical Psychology, 1, 293–319. https://doi.org/10.1146/annurev.clinpsy.1.102803.143938

[4] Segerstrom, S. C., & Miller, G. E. (2004). Psychological stress and the human immune system: a meta-analytic study of 30 years of inquiry. Psychological Bulletin, 130(4), 601–630. https://doi.org/10.1037/0033-2909.130.4.601

[5] Nyberg, S. T., Fransson, E. I., Heikkilä, K., Alfredsson, L., Casini, A., Clays, E., De Bacquer, D., Dragano, N., et al. (2013). Job strain and cardiovascular disease risk factors: meta-analysis of individual-participant data from 47,000 men and women. PLoS One, 8(6), e67323. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0067323

[6] Nollet, M., Wisden, W., & Franks, N. P. (2020). Sleep deprivation and stress: a reciprocal relationship. Interface Focus, 10(3), 20190092. https://doi.org/10.1098/rsfs.2019.0092

[7] Silpakit, O. [อรวรรณ ศิลปกิจ] (2008). Srithanya stress scale [แบบวัดความเครียดศรีธัญญา ST-5]. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย (Journal of Mental Health of Thailand), 16(3), 177–185. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jmht/article/view/1296

[8] Bromberger, J. T., Kravitz, H. M., Chang, Y. F., Cyranowski, J. M., Brown, C., & Matthews, K. A. (2011). Major depression during and after the menopausal transition: Study of Women's Health Across the Nation (SWAN). Psychological Medicine, 41(9), 1879–1888. https://doi.org/10.1017/S003329171100016X

[9] Khoury, B., Sharma, M., Rush, S. E., & Fournier, C. (2015). Mindfulness-based stress reduction for healthy individuals: A meta-analysis. Journal of Psychosomatic Research, 78(6), 519–528. https://doi.org/10.1016/j.jpsychores.2015.03.009

[10] Goyal, M., Singh, S., Sibinga, E. M., Gould, N. F., Rowland-Seymour, A., Sharma, R., Berger, Z., Sleicher, D., et al. (2014). Meditation programs for psychological stress and well-being: a systematic review and meta-analysis. JAMA Internal Medicine, 174(3), 357–368. https://doi.org/10.1001/jamainternmed.2013.13018

[11] Stubbs, B., Vancampfort, D., Rosenbaum, S., Firth, J., Cosco, T., Veronese, N., Salum, G. A., & Schuch, F. B. (2017). An examination of the anxiolytic effects of exercise for people with anxiety and stress-related disorders: A meta-analysis. Psychiatry Research, 249, 102–108. https://doi.org/10.1016/j.psychres.2016.12.020

[12] Wongpakaran, N., & Wongpakaran, T. (2010). The Thai version of the PSS-10: An investigation of its psychometric properties [แบบวัดการรับรู้ความเครียด PSS-10 ฉบับภาษาไทย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่]. BioPsychoSocial Medicine, 4, 6. https://doi.org/10.1186/1751-0759-4-6

[13] Cohen, S., Janicki-Deverts, D., & Miller, G. E. (2007). Psychological stress and disease. JAMA, 298(14), 1685–1687. https://doi.org/10.1001/jama.298.14.1685

คำถามที่พบบ่อย

เครียดสะสมกับโรคซึมเศร้า ต่างกันอย่างไร

ความเครียดคือปฏิกิริยาต่อสิ่งที่กดดัน ส่วนโรคซึมเศร้าเป็นโรคที่แพทย์วินิจฉัยจากอาการเศร้าหรือหมดความสนใจต่อเนื่องร่วมกับอาการอื่น งานวิจัยพบว่าความเครียดในชีวิตเพิ่มโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้า ถ้าไม่แน่ใจ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน

เครียดสะสมทำให้ป่วยบ่อยจริงไหม

งานวิเคราะห์รวมกว่า 300 งานวิจัยพบว่าความเครียดเรื้อรังสัมพันธ์กับการทำงานของภูมิคุ้มกันที่ลดลง แต่การป่วยบ่อยมีหลายสาเหตุ ควรตรวจหาสาเหตุอื่นร่วมด้วย

เครียดสะสมทำให้อ้วนไหม

ความเครียดเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการขยับร่างกายของหลายคน ข้อมูลคนทำงานพบว่าความเครียดจากงานสัมพันธ์กับภาวะอ้วนและการไม่ออกกำลังกาย

ต้องกินยาคลายเครียดไหม

ไม่จำเป็นทุกคน หลายคนดีขึ้นจากการฝึกสติ การออกกำลังกาย และการบำบัดด้วยการพูดคุย ถ้าอาการรุนแรง แพทย์อาจพิจารณายาร่วมด้วย ไม่ควรซื้อยานอนหลับหรือยาคลายเครียดกินเอง

คุยกับนักบำบัดแล้วจะมีคนรู้ไหม

การคุยกับนักบำบัดเป็นความลับ ข้อมูลของคุณจะไม่ถูกเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต

Thrive แนะนำ
Mental Health & Therapist Consult

คุยกับนักบำบัดเรื่องความเครียด นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน เป็นส่วนตัวและปลอดภัย

นัดตรวจที่ Thrive →
พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี หมอนุ่น แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ Thrive Wellness

พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี

แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ

ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ ดูแลการตรวจวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึก พร้อมให้คำปรึกษาแผนสุขภาพเฉพาะบุคคลที่ Thrive Wellness Clinic

Anti-aging & Regenerative MedicineNutrition WellnessFunctional Medicine

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเรา

นัดหมายวันนี้ รับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากทีมแพทย์ Thrive