Chelation_1.jpg

ล้างพิษด้วยคีเลชั่นดีอย่างไร?

คีเลชั่นบำบัด 
Chelation Therapy

คีเลชั่นคืออะไร?

คีเลชั่น Chelation คือการล้างพิษหลอดเลือดผ่านทางน้ำเกลือที่มีสารประกอบทางเคมีที่ให้เป็นประเภทกรดอะมิโนที่เรียกว่า EDTA ผสมกับวิตามินและแร่ธาตุ ซึ่ง EDTA ทำหน้าที่หลักในการเข้าไปจับสารโลหะหนักในกระแสเลือด เช่น ตะกั่ว แคดเมียม สังกะสี เซเลเนียม ทองแดง สารหนู โครเมียม หรือแม้แต่แคลเซียมส่วนเกิน

 

คีเลชั่นจะขจัดสารโลหะหนักเหล่านี้ออกผ่านระบบปัสสาวะ ระยะเวลาในการให้น้ำเกลือแต่ละครั้งประมาณ 2 ชั่วโมง ระหว่างที่ให้น้ำเกลือ สามารถพักผ่อน อ่านหนังสือหรือฟังเพลงได้ปกติ ภายหลังเสร็จการรักษาสามารถประกอบกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันได้เหมือนเดิม

ในปัจจุบันสิ่งแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก สืบเนื่องจากการพัฒนาของอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีโลกที่เป็นตัวเพิ่มปริมาณสารพิษ และสารปนเปื้อน ทั้งในน้ำ อากาศ ดิน หรือแม้กระทั่งอาหารที่เรารับประทานในแต่ละวัน

 

ทุกอย่างล้วนมีโอกาสที่จะปนเปื้อนสารพิษโลหะหนักได้ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงสิ่งของต่างๆที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เครื่องสำอาง ยารักษาโรค อาหารที่ผ่านกระบวนการต่างๆ (Processed food) ซึ่งสามารถรบกวนการทำงานของร่างกายได้หลายระบบ เช่นระบบฮอร์โมน Hormones ระดับการอักเสบ ระบบการเผาผลาญซึ่งอาจจะส่งผลต่อการควบคุมน้ำหนัก หรือการลดน้ำหนัก ระบบประสาท รวมถึงการกลายพันธุ์ของเซลล์

 

ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรังทางภูมิต้านทาน Auto Immune โรคความเสื่อมของร่างกายต่างๆ และโรคมะเร็ง โดยสรุป คือ คีเลชั่น Chelation เป็นกระบวนการที่ช่วยนำสารพิษพวกโลหะหนักออกจากร่างกาย เพื่อล้างหลอดเลือดให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

โลหะหนักที่เกิดจากสารพิษในเมือง
Consulting ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (1).jpg

คีเลชั่นที่ไหนดี?

ไธรฟ์ เวลเนส คลินิกสุขภาพ (Thrive Wellness) มีการตรวจสารโลหะหนัก ก่อนทำคีเลชั่น รวมทั้งมีคุณหมอที่เชี่ยวชาญด้านการทำคีเลชั่น ที่ปรึกษาสุขภาพ รวมทั้งพยาบาลเป็นผู้ดูแล ในระหว่างการทำคีเลชั่น

การเดินทางมาที่ไธรฟ์ซึ่งตั้งอยู่ที่เดอะ คริสตัล เลียบทางด่วน เอกมัย-รามอินทรา ถนนประดิษฐมนูธรรม ก็ง่ายและสะดวกสบายในการจอดรถ

ประโยชน์ของการทำคีเลชั่นที่คลินิกสุขภาพไธรฟ์

  • ขจัดสารพิษตกค้างในร่างกายและระบบหลอดเลือด

  • ลดอัตราเสี่ยงของหลอดเลือดแข็งอุดตันและตีบ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจขาดเลือด

  • ป้องกันโรคความเสื่อมต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากระบบหมุนเวียนเลือดที่ไม่ดี

  • ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง

  • ผิวใสมีสุขภาพดี ริ้วรอยต่างๆ จางลง ผิวไม่หยาบกร้าน

  • ช่วยให้ระบบไหลเวียนของเลือดดีขึ้น

  • ลดอาการอักเสบของผิวหนัง

  • ลดการเกิดข้ออักเสบ

  • ลดอาการหอบหืด ภูมิแพ้

  • ช่วยให้ประสาทการรับรู้ต่างๆ เช่น รสชาติ ภาพ เสียง ดีขึ้น

  • บรรเทาอาการเหน็บชา

  • ระบบการทำงานของปอดดีขึ้น

  • เพิ่มมวลกระดูก

  • บรรเทาอาการอัลไซเมอร์

  • ฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ

  • ช่วยลดอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง

อาการแสดงเมื่อมีสารพิษโลหะหนักสะสมในร่างกาย

  • หอบหืด ภูมิแพ้ เป็นลมพิษง่าย

  • ระบบเผาผลาญทำงานน้อยลง ทำให้อ้วนง่าย 

  • เบื่ออาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอ ผายลมบ่อยๆ

  • โรคผิวหนังเรื้อรัง ผื่นคัน เป็นแผล เป็นฝีบ่อยๆ

  • ปวดศรีษะบ่อย หงุดหงิด อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ง่วงนอน สมาธิไม่ดี ความจำเสื่อม

  • ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดตามข้อและกระดูก รูมาตอยด์

  • ท้องผูกเรื้องรัง  ปากเหม็น กลิ่นตัวแรง 

  • ปัญหาผิวพรรณ สิว ฝ้า 

คีเลชั่น-EDTA-คลินิกสุขภาพ-ไธรฟ์คลินิก (1).jpg

"ลดน้ำหนักมาตั้งนานไม่ได้ซะที เพิ่งรู้ว่าเป็นเพราะโลหะหนักตกค้างในร่างกาย ทำให้ลดยาก"

ดริปวิตามิน (1).jpg

"ปวดหัวไมเกรนเป็นประจำ หลังจากมาล้างพิษด้วยคีเลชั่นแล้ว อาการดีขึ้นมากเลย"

ขั้นตอนในการทำคีเลชั่น

สามารถเข้ารับการรักษาโดยการให้น้ำยาทางเส้นเลือด ซึ่งจะใช้เวลาต่อครั้งประมาณ 2 ชั่วโมง โดยที่ระหว่างการให้ยานั้น สามารถรับประทานของว่าง ขนม ผลไม้  เครื่องดื่ม หรือชมรายการโทรทัศน์ไปด้วยได้

ควรทำบ่อยแค่ไหน

ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ จำนวนครั้งมากน้อยแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และอาการที่คนไข้เป็น  

Chelation-EDTA-คีเลชั่นคืออะไร.jpg

คีเลชั่น มีความปลอดภัยหรือไม่ 

ปลอดภัย เพราะคีเลชั่น ใช้สาร EDTA ผ่านการยอมรับจากแพทย์แล้วทั่วโลก โดยการนำไปใช้ในผู้ป่วยกว่าสองล้านคนและด้วยจำนวนในการใช้มากกว่า 8 ล้านครั้ง ยังไม่เคยพบพบว่าผู้ใช้เกิดปฏิกิริยาที่เป็นลบจากการใช้สาร EDTA เลยแม้แต่รายเดียว

ข้อควรทราบเมื่อต้องทำคีเลชั่น

ก่อนทำ Chelation แพทย์จะมีการประเมินปัญหาและตรวจผลเลือดเพื่อดูสภาวะการทำงานของไตและหลอดเลือดก่อนเข้ารับบริการ​

ผลข้างเคียงในการทำคีเลชั่น 

  • ในระยะ 24-48 ชั่วโมง บางท่านอาจมีอาการอ่อนเพลีย อันเนื่องมาจากกระบวนการขับของเสียออกจากร่างกาย อาการที่เกิดขึ้นแก้ไขได้ โดยการดื่มน้ำให้มากขึ้น อย่างน้อย   2-3 ลิตร เพราะระหว่างการทำอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีวิตามิน แร่ธาตุ เพียงพอต่อการเสริมสร้างและซ่อมแซมร่างกาย