📞 095-934-9640 💬 LINE: @thrivewellnessth 🕐 เปิดทุกวัน 10:00-19:00
THRIVE
🏠 หน้าแรก 💉 วิตามินดริป └ 🧬 NAD+ Therapy 🔬 ตรวจสุขภาพ └ ⏱️ EpiSpan อายุชีวภาพ └ 📊 OligoScan └ 🤧 ภูมิแพ้เฉียบพลัน IgE └ 🧪 สมดุลลำไส้ Urine └ 👨‍👩‍👧 วางแผนมีบุตร 🫁 HBOT 🧠 สุขภาพใจ └ 💬 คุยกับนักบำบัด └ 🌸 Bach Flower Remedies └ ⚡ ภาวะหมดไฟ └ 📝 แบบทดสอบ └ 📖 รวมเรื่อง Mental Health 📚 คลังความรู้ 👥 เกี่ยวกับเรา ปรึกษาฟรี →

ผมร่วงจากฮอร์โมน สาเหตุ อาการ และตรวจฮอร์โมนอะไรบ้างให้ตรงจุด

หญิงเอเชียยิ้มมั่นใจ ถือปลายผมยาวสลวยเป็นประกาย สื่อถึงผลลัพธ์เส้นผมแข็งแรงหลังจากดูแลฮอร์โมนให้สมดุล

สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้

  • ผมร่วงมากกว่า 100 เส้นต่อวันถือว่าผิดปกติ และฮอร์โมนคือหนึ่งในสาเหตุหลักที่พบบ่อยที่สุด
  • ฮอร์โมนที่ทำให้ผมร่วงต่างกันตามช่วงอายุ: DHT ในวัย 20-30, เอสโตรเจนลดหลังคลอดในวัย 30-40, เพอริเมโนพอสในวัย 40-50, วัยทองเต็มตัวในวัย 50 ปีขึ้นไป
  • การซื้อแชมพูหรืออาหารเสริมมาลองผิดลองถูกโดยไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง มักไม่ได้ผลเพราะไม่ได้แก้ที่ต้นตอ
  • การตรวจฮอร์โมนหาสาเหตุที่แท้จริง ควบคู่กับการเสริมวิตามินแร่ธาตุที่ขาด ให้ผลลัพธ์ตรงจุดกว่าการดูแลแบบเดา
  • ผมร่วงจากฮอร์โมนส่วนใหญ่ดูแลจัดการได้ หากตรวจพบสาเหตุตั้งแต่เนิ่นๆ
Thrive แนะนำ
Hormone Health Assessment

ประเมินสุขภาพฮอร์โมน — เอสโตรเจน เทสโทสเตอโรน โปรเจสเตอโรน และ DHEA

นัดตรวจที่ Thrive →

ผมร่วงจากฮอร์โมนตรวจได้ด้วยการเจาะเลือดดูฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น DHT ในผู้ที่มีแนวโน้มพันธุกรรม ฮอร์โมนไทรอยด์ และฮอร์โมนเพศอย่างเอสโตรเจนหรือเทสโทสเตอโรน ขึ้นอยู่กับช่วงอายุและอาการร่วมของแต่ละคน คลินิกเวชศาสตร์ชะลอวัยหรือคลินิกที่มีบริการตรวจฮอร์โมนครบชุดจะช่วยระบุได้ว่าฮอร์โมนตัวไหนคือต้นเหตุที่แท้จริง แทนที่จะเดาและซื้อผลิตภัณฑ์มาลองเอง

ผมร่วงจากฮอร์โมน คืออะไร ต่างจากผมร่วงทั่วไปอย่างไร

เส้นผมทุกเส้นมีวงจรชีวิตของตัวเอง สลับกันระหว่างช่วงเติบโต (Anagen) ช่วงหยุดพัก (Telogen) และช่วงหลุดร่วง ในภาวะปกติเส้นผมประมาณ 90-95% จะอยู่ในช่วงเติบโต ทำให้ผมร่วงเพียงเล็กน้อยในแต่ละวันโดยไม่สังเกตเห็นความบางลง [2]

ผมร่วงจากฮอร์โมนเกิดขึ้นเมื่อระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง จนไปรบกวนวงจรนี้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นฮอร์โมนเพศชาย (แอนโดรเจน) ที่ไปทำให้รูขุมขนเล็กลงเรื่อยๆ หรือการที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนลดลงอย่างรวดเร็ว จนเส้นผมจำนวนมากเข้าสู่ช่วงหยุดพักพร้อมกันในคราวเดียว [1][2]

จุดที่ต่างจากผมร่วงทั่วไป (เช่น จากการดึงรั้ง แพ้แชมพู หรือขาดสารอาหารชั่วคราว) คือ ผมร่วงจากฮอร์โมนมักร่วงกระจายทั่วศีรษะ ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน และมักมาพร้อมอาการอื่นที่บอกใบ้ถึงความไม่สมดุลของฮอร์โมน เช่น ประจำเดือนผิดปกติ น้ำหนักเปลี่ยนแปลง หรือรู้สึกเหนื่อยง่ายผิดปกติ

ผมร่วงเยอะแค่ไหนถือว่าผิดปกติ

คนทั่วไปผมร่วงได้ปกติวันละไม่เกิน 100 เส้น จากวงจรธรรมชาติของเส้นผมที่ผลัดเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา หากผมร่วงมากกว่านี้ต่อเนื่องกันหลายสัปดาห์ หรือสังเกตเห็นผมบางลงชัดเจนเมื่อรวบผมหรือมองหนังศีรษะ นั่นคือสัญญาณที่ควรหาสาเหตุ [2]

Key finding: เมื่อทดสอบด้วยวิธี Trichogram (ตรวจดูสัดส่วนเส้นผมในแต่ละช่วงวงจรชีวิต) หากพบเส้นผมในช่วงหยุดพัก (Telogen) มากกว่า 25% ของเส้นผมที่ตรวจ ถือเป็นเกณฑ์ที่บ่งชี้ภาวะผมร่วงจากการหยุดพักผิดปกติ (Telogen Effluvium) ซึ่งฮอร์โมนเป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นหลักที่พบบ่อย [2]

สัญญาณที่ควรสังเกต:

  • ผมร่วงติดหวีหรือพื้นห้องน้ำเยอะขึ้นชัดเจนกว่าปกติ
  • แสกกลางศีรษะดูกว้างขึ้น หรือหนังศีรษะเริ่มมองเห็นชัดกว่าเดิม
  • ผมร่วงต่อเนื่องนานกว่า 3 เดือน โดยไม่มีเหตุการณ์เครียดจัดหรือเจ็บป่วยเฉียบพลันมาก่อน
  • มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ น้ำหนักเปลี่ยน หรืออ่อนเพลียง่าย

หากมีอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ แทนที่จะปล่อยให้ผมร่วงต่อเนื่องจนบางลงมาก เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน การฟื้นฟูจะยิ่งใช้เวลานานขึ้น

5 ฮอร์โมนหลักที่ทำให้ผมร่วง แยกตามช่วงอายุ

ฮอร์โมนที่เป็นต้นเหตุผมร่วงมักเปลี่ยนไปตามช่วงชีวิต เพราะร่างกายผ่านการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่แตกต่างกันในแต่ละวัย

ช่วงอายุ ฮอร์โมน/ภาวะหลัก กลไกที่ทำให้ผมร่วง
20-30 ปี ความเครียดสะสม, PCOS (ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ), แนวโน้มพันธุกรรมต่อ DHT DHT (ฮอร์โมนแอนโดรเจนชนิดหนึ่ง) จับกับตัวรับที่รูขุมขนโดยตรง ทำให้รูขุมขนค่อยๆ เล็กลงในผู้ที่มีพันธุกรรมไวต่อฮอร์โมนนี้ [1] ส่วน PCOS ทำให้ระดับแอนโดรเจนในร่างกายสูงกว่าปกติ [4]
30-40 ปี หลังคลอดบุตร (เอสโตรเจนลดฮวบ), ไทรอยด์ผิดปกติ, ความเครียดสะสม ระหว่างตั้งครรภ์เอสโตรเจนสูง ทำให้เส้นผมอยู่ในช่วงเติบโตนานผิดปกติ หลังคลอดเอสโตรเจนลดลงอย่างรวดเร็ว เส้นผมจำนวนมากจึงเข้าสู่ช่วงหยุดพักพร้อมกัน มักเห็นผลชัดหลังคลอด 3-4 เดือน [2] ไทรอยด์ที่ทำงานผิดปกติในช่วงนี้ก็เป็นอีกสาเหตุที่พบบ่อยและมักถูกมองข้าม [3]
40-50 ปี เพอริเมโนพอส (วัยใกล้หมดประจำเดือน), เอสโตรเจนเริ่มลด, ขาดวิตามินและแร่ธาตุ รูขุมขนเป็นเนื้อเยื่อที่ตอบสนองต่อเอสโตรเจนโดยตรง เมื่อเอสโตรเจนเริ่มลดลงในช่วงเพอริเมโนพอส การทำงานของรูขุมขนจึงเริ่มแปรปรวนตามไปด้วย [5]
50 ปีขึ้นไป วัยหมดประจำเดือนเต็มตัว, เทสโทสเตอโรนในผู้ชายลดลงตามวัย เมื่อเอสโตรเจนหมดไปเกือบสมบูรณ์ สัดส่วนฮอร์โมนแอนโดรเจนในร่างกายจะสูงขึ้นโดยเปรียบเทียบ ทำให้ผมร่วงแบบกระจายพบได้ถึงครึ่งหนึ่งของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน [5] ในผู้ชาย เทสโทสเตอโรนที่ลดลงตามวัยก็ยังคงเปลี่ยนเป็น DHT ต่อเนื่อง ทำให้ผมบางแบบพันธุกรรมเด่นชัดขึ้น [1][6]

ข้อสังเกตสำคัญ: ฮอร์โมนตัวเดียวกันอาจทำให้ผมร่วงในรูปแบบต่างกันในแต่ละคน เพราะขึ้นอยู่กับความไวของรูขุมขนต่อฮอร์โมนนั้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่การตรวจฮอร์โมนเฉพาะบุคคลให้คำตอบที่แม่นยำกว่าการดูแลตามสูตรสำเร็จรูป

หลักฐานทางการแพทย์: ฮอร์โมนกับผมร่วงเกี่ยวข้องกันอย่างไร

งานวิจัยทางการแพทย์ยืนยันความเชื่อมโยงระหว่างฮอร์โมนกับผมร่วงในหลายมิติ:

DHT และพันธุกรรม — ผู้ที่มีผมร่วงแบบพันธุกรรม (Androgenetic Alopecia) มักมีเอนไซม์ 5-alpha reductase สูงกว่าปกติ ซึ่งเปลี่ยนเทสโทสเตอโรนเป็น DHT ในปริมาณมากขึ้น และมีตัวรับฮอร์โมนที่หนังศีรษะบริเวณที่ผมบางมากกว่าบริเวณอื่น [1] การศึกษาในผู้ชายไทยที่กรุงเทพฯ พบว่าอัตราผมบางแบบพันธุกรรมที่มีนัยสำคัญทางความสวยงามอยู่ที่ 38.52% และเพิ่มขึ้นตามอายุ ใกล้เคียงกับอัตราที่พบในคนเชื้อสายยุโรป มากกว่าที่เคยเข้าใจกันว่าคนเอเชียมีอัตราต่ำกว่า [6]

ไทรอยด์ — งานทบทวนวรรณกรรมทางการแพทย์ระบุว่าทั้งภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำและไทรอยด์ทำงานเกินสามารถกระตุ้นให้ผมร่วงแบบกระจายทั่วศีรษะได้ และแนะนำให้ตรวจการทำงานของไทรอยด์เป็นส่วนหนึ่งของการวินิจฉัยผมร่วงแบบ Telogen Effluvium เสมอ [3]

PCOS — รายงานจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านฮอร์โมนแอนโดรเจนและ PCOS ระบุว่าผมร่วงแบบผู้หญิง (Female Pattern Hair Loss) มักพบร่วมกับภาวะฮอร์โมนแอนโดรเจนสูง แต่ก็เน้นย้ำว่าผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่มีผมร่วงแบบนี้กลับมีระดับฮอร์โมนแอนโดรเจนอยู่ในเกณฑ์ปกติ จึงจำเป็นต้องตรวจเพื่อแยกสาเหตุให้ชัดเจน ไม่ใช่สันนิษฐานเอง [4]

การศึกษาในผู้หญิงไทย — งานวิจัยจากวารสาร Siriraj Medical Journal ที่ศึกษาลักษณะทางคลินิกของผมร่วงแบบผู้หญิงในผู้ป่วยไทย พบว่าระดับเฟอร์ริติน (ตัวชี้วัดธาตุเหล็กสะสม) ในเลือดที่ต่ำกว่า 70 ไมโครกรัม/ลิตร มีความสัมพันธ์กับผมร่วงแบบนี้อย่างมีนัยสำคัญ และประวัติครอบครัวฝ่ายแม่มีอิทธิพลต่อผมร่วงในกลุ่มผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือนมากกว่ากลุ่มอื่น [7] ซึ่งสะท้อนว่าการตรวจผมร่วงในคนไทยควรดูทั้งฮอร์โมนและระดับแร่ธาตุร่วมกัน ไม่ใช่ดูอย่างใดอย่างหนึ่ง

Key finding: งานวิจัยเรื่องผมร่วงในวัยหมดประจำเดือนพบว่าผมร่วงแบบกระจายและผมร่วงจากการหยุดพักของเส้นผมพบได้บ่อยในผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน โดยมีสาเหตุร่วมจากการลดลงของเอสโตรเจน ความไวต่อแอนโดรเจนที่เพิ่มขึ้น และความเครียดออกซิเดชันในเซลล์ [5]

ควรตรวจฮอร์โมนอะไรบ้าง และตรวจที่ไหนดี

การตรวจฮอร์โมนผมร่วงควรทำที่คลินิกหรือโรงพยาบาลที่มีบริการตรวจฮอร์โมนครบชุดและมีแพทย์แปลผลโดยตรง ไม่ใช่แค่ซื้อชุดตรวจสำเร็จรูปมาทำเอง เพราะการแปลผลฮอร์โมนต้องดูร่วมกับอาการ ช่วงอายุ และประวัติสุขภาพของแต่ละคน

ฮอร์โมนที่ควรพิจารณาตรวจ ขึ้นอยู่กับอาการและช่วงอายุ:

  • DHT และเทสโทสเตอโรน — สำหรับผู้ที่สงสัยผมร่วงจากพันธุกรรม หรือมีอาการของ PCOS ร่วมด้วย เช่น สิวเยอะขึ้น ขนดกผิดปกติ
  • TSH, Free T3, Free T4 — ตรวจการทำงานของไทรอยด์ ซึ่งเป็นสาเหตุผมร่วงที่พบบ่อยแต่มักถูกมองข้าม
  • เอสโตรเจน (E2) และโปรเจสเตอโรน — สำหรับผู้หญิงวัย 35 ปีขึ้นไป หรือหลังคลอดบุตรที่ผมร่วงต่อเนื่องนานผิดปกติ
  • เฟอร์ริตินและธาตุเหล็ก — เพราะการขาดธาตุเหล็กมักเกิดร่วมกับความไม่สมดุลของฮอร์โมน และส่งผลต่อผมร่วงโดยตรงในผู้หญิงไทย [7]

เมื่อไหร่ควรตรวจ: หากผมร่วงมากกว่า 100 เส้นต่อวันต่อเนื่องเกิน 3 เดือน หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ประจำเดือนผิดปกติ น้ำหนักเปลี่ยนแปลงโดยไม่ทราบสาเหตุ หรืออ่อนเพลียง่ายผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจฮอร์โมนโดยเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอจนผมบางเห็นได้ชัด

ทำไมต้องตรวจก่อนเสริมวิตามินหรือซื้อผลิตภัณฑ์มาลองเอง

หลายคนเริ่มต้นแก้ปัญหาผมร่วงด้วยการซื้อแชมพู เซรั่ม หรืออาหารเสริมมาลองใช้เอง ซึ่งอาจช่วยได้ในบางกรณีที่ผมร่วงจากสาเหตุผิวเผิน เช่น หนังศีรษะแห้งหรือขาดสารอาหารเล็กน้อย แต่ หากต้นตอที่แท้จริงมาจากฮอร์โมน การดูแลภายนอกเพียงอย่างเดียวมักไม่สามารถหยุดผมร่วงได้ เพราะไม่ได้แก้ที่สาเหตุ

การตรวจฮอร์โมนก่อนเริ่มดูแลมีข้อดีสำคัญ 3 ประการ:

  1. รู้ต้นตอที่แท้จริง — แทนที่จะเดาว่าเป็นเพราะเครียด พันธุกรรม หรือขาดสารอาหาร การตรวจเลือดจะบอกได้ชัดว่าฮอร์โมนตัวไหนผิดปกติ
  2. ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย — ไม่ต้องเสียเงินลองผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่อาจไม่ตรงกับสาเหตุจริง
  3. วางแผนเสริมวิตามินแร่ธาตุให้ตรงจุด — เมื่อรู้ว่าขาดอะไร การเสริมสารอาหารเฉพาะที่ร่างกายต้องการจะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าการเสริมแบบรวมทุกอย่าง

สำคัญ: การเสริมวิตามินแร่ธาตุควรทำควบคู่กับการตรวจฮอร์โมน ไม่ใช่แทนที่กัน เพราะทั้งสองส่วนทำงานเสริมกัน — ฮอร์โมนที่สมดุลช่วยให้รูขุมขนทำงานได้เต็มที่ ขณะที่วิตามินและแร่ธาตุที่เพียงพอเป็นวัตถุดิบที่รูขุมขนต้องใช้ในการสร้างเส้นผมใหม่

Thrive ตรวจและดูแลผมร่วงจากฮอร์โมนอย่างไร

Thrive Wellness Center ใช้แนวทางเวชศาสตร์เชิงฟังก์ชัน (Functional Medicine) ในการตรวจหาสาเหตุผมร่วง โดยไม่ได้ดูแค่ฮอร์โมนตัวใดตัวหนึ่ง แต่ดูภาพรวมของระบบฮอร์โมนร่วมกับระดับวิตามินและแร่ธาตุ

ขั้นตอน:

  1. ซักประวัติและประเมินอาการ — แพทย์จะสอบถามระยะเวลาที่ผมร่วง อาการร่วม และประวัติครอบครัว เพื่อกำหนดว่าควรตรวจฮอร์โมนกลุ่มใด
  2. เจาะเลือดตรวจฮอร์โมนและวิตามินแร่ธาตุที่เกี่ยวข้อง — ครอบคลุมฮอร์โมนเพศ ไทรอยด์ และสารอาหารสำคัญ เช่น ธาตุเหล็กและเฟอร์ริติน
  3. แปลผลกับแพทย์ — ดู Pattern ของฮอร์โมนร่วมกัน ไม่ใช่แค่ดูว่าค่าไหน "อยู่ในเกณฑ์ปกติ"
  4. วางแผนดูแลเฉพาะบุคคล — ผสมผสานการปรับฮอร์โมนที่จำเป็นเข้ากับการเสริมวิตามินแร่ธาตุที่ขาด ให้ตรงกับผลตรวจของแต่ละคน

หากตรวจพบว่าขาดวิตามินหรือแร่ธาตุร่วมด้วย Thrive มีบริการเสริมวิตามินแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Vitamins) ที่ออกแบบตามผลตรวจจริง แทนการเสริมแบบรวมสูตรสำเร็จรูป — ดูรายละเอียดการเสริมวิตามินเฉพาะบุคคล

สิ่งที่แพทย์ Thrive พบจากเคสจริง

"คนไข้ที่มาปรึกษาเรื่องผมร่วงส่วนใหญ่ลองใช้แชมพูหรืออาหารเสริมมาแล้วหลายชนิดก่อนมาหาเรา บางคนใช้มาเป็นปี แต่ผมร่วงยังไม่ดีขึ้น เพราะสิ่งที่ใช้ไม่ได้แก้ที่ต้นตอ เมื่อตรวจฮอร์โมนแล้วมักพบว่าไทรอยด์เริ่มทำงานผิดปกติ หรือเอสโตรเจนเริ่มลดลงตั้งแต่ก่อนที่จะมีอาการวัยทองชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่การดูแลภายนอกอย่างเดียวไม่มีทางแก้ได้"

— พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี (หมอนุ่น), Thrive Wellness Center

Pattern ที่พบบ่อยในคลินิก:

  • ไทรอยด์เริ่มผิดปกติแต่ TSH ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ — ต้องดู Free T3 และ Free T4 ร่วมด้วยเพื่อไม่พลาดกรณีที่เพิ่งเริ่มผิดปกติ [3]
  • เฟอร์ริตินต่ำในผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาปกติ — คนไข้หลายคนไม่คิดว่าตัวเองขาดธาตุเหล็กเพราะประจำเดือนยังมาสม่ำเสมอ แต่ผลตรวจกลับพบเฟอร์ริตินต่ำกว่าเกณฑ์ที่สัมพันธ์กับผมร่วง [7]
  • เอสโตรเจนเริ่มลดก่อนอาการวัยทองอื่นจะปรากฏ — ผมร่วงมักเป็นสัญญาณแรกๆ ก่อนที่จะมีอาการร้อนวูบวาบหรือประจำเดือนผิดปกติชัดเจน

Key finding: การตรวจพบความผิดปกติของฮอร์โมนหรือระดับธาตุเหล็กตั้งแต่ระยะแรก และจัดการควบคู่กับการเสริมวิตามินแร่ธาตุที่ขาด มีแนวโน้มให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการรอจนผมบางเห็นได้ชัดแล้วจึงเริ่มดูแล [2][7]

References

[1] Androgenetic Alopecia. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2024. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK430924/

[2] Malkud S. (2015). Telogen Effluvium: A Review. Journal of Clinical and Diagnostic Research, 9(9), WE01–WE03. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4606321/

[3] Hussein RS, Atia T, Bin Dayel S. (2023). Impact of Thyroid Dysfunction on Hair Disorders. Cureus, 15(8), e43266. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10492440/

[4] Carmina E, Azziz R, Bergfeld W, Escobar-Morreale HF, Futterweit W, Huddleston H, Lobo R, Olsen E. (2019). Female Pattern Hair Loss and Androgen Excess: A Report From the Multidisciplinary Androgen Excess and PCOS Committee. The Journal of Clinical Endocrinology & Metabolism, 104(7), 2875–2891. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/30785992/

[5] Gupta AK, Economopoulos V, Mann A, Wang T, Mirmirani P. (2025). Menopause and hair loss in women: Exploring the hormonal transition. Maturitas, 198, 108378. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/40318238/

[6] Pathomvanich D, Pongratananukul S, Thienthaworn P, Manoshai S. (2002). A random study of Asian male androgenetic alopecia in Bangkok, Thailand. Dermatologic Surgery, 28(9), 804–807. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/12269873/

[7] Clinical Characteristics of Female Patterned Hair Loss in Thai Patients. Siriraj Medical Journal. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/sirirajmedj/article/download/255496/173594


คำถามที่พบบ่อย

ผมร่วงจากฮอร์โมน รักษาหายไหม?

ผมร่วงจากฮอร์โมนส่วนใหญ่ดูแลจัดการได้ดีขึ้นเมื่อพบสาเหตุและจัดการตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น ผมร่วงหลังคลอดมักกลับสู่ภาวะปกติเองภายใน 6-12 เดือนเมื่อฮอร์โมนกลับสู่สมดุล ส่วนผมร่วงจากพันธุกรรมหรือวัยทองอาจต้องดูแลต่อเนื่องระยะยาว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนที่เหมาะกับสาเหตุของแต่ละคน

ผมร่วงจากฮอร์โมนตัวไหนบ้าง?

ฮอร์โมนหลักที่เกี่ยวข้องกับผมร่วง ได้แก่ DHT (ฮอร์โมนแอนโดรเจนที่ทำให้รูขุมขนเล็กลงในผู้มีแนวโน้มพันธุกรรม) ฮอร์โมนไทรอยด์ (TSH, Free T3, Free T4) เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในผู้หญิง และเทสโทสเตอโรนที่ลดลงตามวัยในผู้ชาย

ผมร่วงหลังคลอดนานแค่ไหนถึงหาย?

อาการผมร่วงหลังคลอดมักเริ่มชัดเจนช่วง 3-4 เดือนหลังคลอด และค่อยๆ กลับสู่ภาวะปกติภายใน 6-12 เดือน เมื่อระดับเอสโตรเจนกลับสู่สมดุล หากผ่านไปเกิน 1 ปีแล้วผมยังร่วงมากหรือไม่งอกกลับ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอื่นร่วมด้วย

ตรวจฮอร์โมนผมร่วง เจ็บไหม ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

การตรวจฮอร์โมนผมร่วงเป็นการเจาะเลือดตามปกติ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที ไม่ต้องอดอาหารในกรณีส่วนใหญ่ ยกเว้นแพทย์แนะนำเป็นพิเศษ สำหรับผู้หญิงที่ยังมีประจำเดือน แพทย์อาจแนะนำวันที่เหมาะสมของรอบเดือนเพื่อให้ผลตรวจฮอร์โมนเพศแม่นยำที่สุด

ผมร่วงจากฮอร์โมน ต่างจากผมร่วงเพราะเครียดอย่างไร?

ทั้งสองอย่างอาจทำให้เกิดผมร่วงแบบกระจายคล้ายกัน (Telogen Effluvium) เพราะความเครียดรุนแรงก็กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนคอร์ติซอลได้เช่นกัน ความแตกต่างคือผมร่วงจากความเครียดมักดีขึ้นเองเมื่อจัดการความเครียดได้ ขณะที่ผมร่วงจากฮอร์โมนอื่น เช่น ไทรอยด์หรือวัยทอง มักต้องตรวจและจัดการที่ต้นเหตุโดยตรงจึงจะดีขึ้นชัดเจน

Thrive แนะนำ
Hormone Health Assessment

ประเมินสุขภาพฮอร์โมน — เอสโตรเจน เทสโทสเตอโรน โปรเจสเตอโรน และ DHEA

นัดตรวจที่ Thrive →
พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี หมอนุ่น แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ Thrive Wellness

พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี

แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ

ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ ดูแลการตรวจวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึก พร้อมให้คำปรึกษาแผนสุขภาพเฉพาะบุคคลที่ Thrive Wellness Clinic

Anti-aging & Regenerative MedicineNutrition WellnessFunctional Medicine

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเรา

นัดหมายวันนี้ รับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากทีมแพทย์ Thrive