📞 095-934-9640 💬 LINE: @thrivewellnessth 🕐 เปิดทุกวัน 10:00-19:00
THRIVE
🏠 หน้าแรก 💉 วิตามินดริป └ 🧬 NAD+ Therapy 🔬 ตรวจสุขภาพ └ ⏱️ EpiSpan อายุชีวภาพ └ 📊 OligoScan └ 🤧 ภูมิแพ้เฉียบพลัน IgE └ 🧪 สมดุลลำไส้ Urine └ 👨‍👩‍👧 วางแผนมีบุตร 🫁 HBOT 🧠 สุขภาพใจ └ 💬 คุยกับนักบำบัด └ 🌸 Bach Flower Remedies └ ⚡ ภาวะหมดไฟ └ 📝 แบบทดสอบ └ 📖 รวมเรื่อง Mental Health 📚 คลังความรู้ 👥 เกี่ยวกับเรา ปรึกษาฟรี →

ซิลิกา (Silica) คืออะไร? แร่ธาตุแห่งความงาม ผิวฉ่ำ ผมแข็งแรง กระดูกดี

ซิลิกา (Silica) คืออะไร? แร่ธาตุแห่งความงาม ผิวฉ่ำ ผมแข็งแรง กระดูกดี
Thrive แนะนำ
Book your consultation at Thrive

Bangkok's functional medicine clinic — personalised care, science-backed.

นัดตรวจที่ Thrive →
⚡ สรุปสั้น — อ่าน 60 วินาที
  • ซิลิกาคืออะไร: Silicon Dioxide (SiO2) แร่ธาตุที่พบมากอันดับ 2 ของโลก ในร่างกายอยู่ในรูป Orthosilicic Acid [Si(OH)4]
  • หน้าที่หลัก: เป็น Cofactor ของเอนไซม์ Collagen Crosslinking ขาดซิลิกา → คอลลาเจนอ่อนแอทุกอย่างในร่างกาย
  • อาหารสูงสุด: น้ำแร่ธรรมชาติ ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ แตงกวา ไผ่อ่อน หัวหอม อัลมอนด์
  • ซัพพลีเมนต์ดีที่สุด: BioSil (Choline-Stabilized Orthosilicic Acid) Bioavailability 64% เป็นรูปที่ Absorb ได้ดีสุด
  • กลุ่มเสี่ยงขาด: คนที่กินอาหาร Processed, ดื่มน้ำ RO/กรอง, อายุ 40+, เจ็บป่วยบ่อย

ซิลิกา (Silica) คืออะไร?

ซิลิกา (Silica) หรือในทางเคมีคือ Silicon Dioxide (SiO₂) เป็นแร่ธาตุที่พบมากเป็นอันดับ 2 ในเปลือกโลก รองจากออกซิเจน ก่อตัวจากการทับถมของซากพืชซากสัตว์เป็นล้านปี และพบอยู่ในหิน ทราย ดิน น้ำแร่ธรรมชาติ รวมถึงในเนื้อเยื่อของพืชและสัตว์ทุกชนิด

ในร่างกายมนุษย์ ซิลิกาอยู่ในรูป Orthosilicic Acid [Si(OH)₄] ซึ่งเป็นรูปแบบที่ละลายน้ำได้และดูดซึมในลำไส้เล็กได้โดยตรง ซิลิกาจัดเป็น Essential Trace Mineral ที่ร่างกายต้องการในปริมาณเล็กน้อย (10–40 mg/วัน) แต่ขาดไม่ได้ เพราะเป็น Cofactor ของเอนไซม์ที่สร้างคอลลาเจน — โปรตีนที่เป็นโครงสร้างหลักของผิวหนัง กระดูก ผม เล็บ เอ็น กระดูกอ่อน และผนังหลอดเลือด

ที่น่าสนใจคือ ระดับซิลิกาในร่างกายลดลงตามอายุ ในวัยทารกซิลิกาอยู่ในระดับสูง ทำให้ผิวเนียน ผมนุ่ม กระดูกยืดหยุ่น แต่เมื่ออายุมากขึ้น ระดับซิลิกาลดลงอย่างต่อเนื่อง — ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการแก่ชราที่มองเห็นได้ชัดเจน การทำความเข้าใจบทบาทของซิลิกาจึงสำคัญ ไม่ใช่แค่เพื่อความงาม แต่เพื่อสุขภาพโครงสร้างของร่างกายโดยรวม ตั้งแต่ความแข็งแรงของกระดูกจนถึงความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือด

#2
แร่ธาตุที่พบมากที่สุดในเปลือกโลก
รองจากออกซิเจน
70%
ของ Connective Tissue ในร่างกายประกอบด้วยคอลลาเจน ซึ่งต้องการซิลิกาในการสร้าง
40+
ปีที่ระดับซิลิกาในร่างกายเริ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
64%
Bioavailability ของ BioSil (Orthosilicic Acid) รูปแบบดูดซึมดีที่สุด

ซิลิกากับ Collagen — เชื่อมโยงอย่างไร?

คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่พบมากที่สุดในร่างกาย (~30% ของโปรตีนทั้งหมด) แต่การสร้างคอลลาเจนที่แข็งแรงและทนทานต้องผ่านกระบวนการ Collagen Crosslinking ซึ่งทำให้ Collagen Fibers ยึดเกาะกันแน่น — และนั่นคือจุดที่ซิลิกาขาดไม่ได้

⚗️ Silica's Role in Collagen Synthesis
1
Prolyl Hydroxylase
ต้องการ Silica + Vit C + Iron
เติม OH บน Proline
2
Lysyl Oxidase
ต้องการ Silica + Copper
Crosslink Collagen Fibers
3
Mature Collagen
Tensile Strength สูง
ผิว/กระดูก/เอ็นแข็งแรง
4
Elastin Formation
Silica กระตุ้น Elastin Gene
ผิวยืดหยุ่น ไม่เหี่ยว

เมื่อขาดซิลิกา เอนไซม์ Lysyl Oxidase ทำงานได้ไม่สมบูรณ์ ทำให้ Collagen Fibers ไม่สามารถ Crosslink ได้ดี ผลลัพธ์คือคอลลาเจนที่สร้างออกมา "อ่อน ไม่ทนทาน" — ผิวจะเหี่ยวง่าย ผมแตกหักง่าย เล็บเปราะ ข้อต่อและเอ็นเสื่อม และผนังหลอดเลือดสูญเสียความยืดหยุ่น

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การเสริมคอลลาเจนโดยตรง (Collagen Peptides) และการเสริมซิลิกา มีผลต่างกัน — คอลลาเจนสำเร็จรูปให้ "วัตถุดิบ" ส่วนซิลิกาให้ "เครื่องมือ" ที่ทำให้คอลลาเจนนั้นแข็งแรงได้จริง การใช้ร่วมกันจึงให้ผลดีที่สุด นอกจากนี้ ซิลิกายังกระตุ้น Fibroblast Proliferation ซึ่งเป็นเซลล์ผลิตคอลลาเจนหลักในชั้น Dermis ทำให้กระบวนการฟื้นฟูผิวเกิดขึ้นได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไปที่ Fibroblast Activity เริ่มลดลงตามธรรมชาติ

8 ประโยชน์ของซิลิกาต่อร่างกาย

การวิจัยทางคลินิกในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาเผยให้เห็นว่าซิลิกาไม่ใช่แค่แร่ธาตุสำหรับความงามภายนอก แต่มีบทบาทเชิงโครงสร้างที่ครอบคลุมและสำคัญมาก ตั้งแต่ผิวหนัง ผม เล็บ ไปจนถึงกระดูก หลอดเลือด และระบบภูมิคุ้มกัน ดังนี้

✨
1. ผิวฉ่ำโกลว์ ลดริ้วรอย
ซิลิกากระตุ้น Prolyl Hydroxylase ทำให้คอลลาเจน Type I แข็งแรง เพิ่ม Skin Elasticity งานวิจัยแสดงว่าเสริม BioSil 10 mg/วันนาน 20 สัปดาห์ ลดความลึกของรอยย่น (Wrinkle Depth) ได้ 30% และเพิ่ม Skin Elasticity ขึ้น 89%
💆
2. ลดผมร่วง ผมแข็งแรงขึ้น
ซิลิกาเป็นส่วนประกอบของ Hair Shaft (ประมาณ 90 μg/g ในผมแข็งแรง) RCT แสดงว่า Choline-Stabilized Orthosilicic Acid เพิ่ม Tensile Strength และความมันเงาของเส้นผม ลดผมร่วง และเพิ่ม Cross-section ของเส้นผม
💅
3. เล็บแข็งแรง ไม่เปราะ
เล็บประกอบด้วย Keratin ที่มีซิลิกาเป็น Crosslinking Agent ซิลิกาต่ำ → เล็บเปราะ แตกง่าย มีร่องตามแนวขวาง การเสริมซิลิกาช่วยเพิ่มความหนาและความแข็งแรงของเล็บภายใน 3–6 เดือน
🦴
4. กระดูกแข็งแรง ป้องกัน Osteoporosis
ซิลิกาช่วย Bone Mineralization โดยกระตุ้น Osteoblast (เซลล์สร้างกระดูก) และยับยั้ง Osteoclast (เซลล์ทำลายกระดูก) งานวิจัย Aberdeen Prospective Osteoporosis Study พบว่า Silicon Intake สูงสัมพันธ์กับ Bone Mineral Density สูงในสตรีวัยก่อนหมดประจำเดือน
🩸
5. ผนังหลอดเลือดยืดหยุ่น
ผนัง Arterial Wall มีซิลิกาสูงมากในวัยหนุ่มสาว ระดับลดลงตามอายุสัมพันธ์กับการแข็งตัวของหลอดเลือด (Arteriosclerosis) ซิลิกากระตุ้นการสร้าง Elastin ในผนังหลอดเลือด ช่วยรักษาความยืดหยุ่นและลดความดันโลหิต
🛡️
6. ป้องกันผิวจากมลภาวะ UV
ซิลิกาเสริมความแข็งแรงของ Skin Barrier (Stratum Corneum) ทำให้ผิวทนต่อ UV Radiation, PM2.5 และสารมลภาวะได้ดีขึ้น ลดการอักเสบจากแสงแดดและลด Melanin Overproduction หลังสัมผัส UV
🧠
7. ป้องกันการสะสม Aluminum ในสมอง
ซิลิกา (โดยเฉพาะในน้ำแร่ซิลิกาสูง) จับกับ Aluminum ในทางเดินอาหาร ลดการดูดซึม Aluminum เข้ากระแสเลือด งานวิจัยพบว่าการดื่มน้ำแร่ซิลิกาสูงลด Aluminum ในปัสสาวะและสมอง เกี่ยวข้องกับการป้องกัน Alzheimer's Disease
🦷
8. สุขภาพฟันและเหงือก
ซิลิกาเป็นส่วนประกอบของ Dentin (เนื้อฟัน) และ Cementum (เนื้อเยื่อยึดรากฟัน) ซิลิกาต่ำสัมพันธ์กับ Enamel Erosion, Periodontal Disease และ Dental Sensitivity การเสริมซิลิกาช่วยรักษาความแข็งแรงของฟันและลด Bone Loss รอบรากฟัน

แหล่งอาหารที่มีซิลิกาสูง

ซิลิกาในอาหารอยู่ในรูป Phytolithic Silica ในพืช และ Dissolved Silicic Acid ในน้ำ ปริมาณและ Bioavailability แตกต่างกันมาก อาหาร Processed มักสูญเสียซิลิกาไปในกระบวนการผลิต ดังนั้นการเลือกบริโภคอาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อยและหลากหลายจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการรักษาระดับซิลิกาในร่างกายให้เพียงพอตามธรรมชาติก่อนพิจารณาเสริมซัพพลีเมนต์

อาหาร/แหล่ง ซิลิกา (mg ต่อหน่วย) Bioavailability หมายเหตุ
น้ำแร่ธรรมชาติ (ซิลิกาสูง) 5–100 mg/L สูง (Orthosilicic Acid) Volvic, Spritzer มีซิลิกาสูง
ข้าวโอ๊ต (Oats) 600 mg/100g DW ปานกลาง (Phytolith) ธัญพืชที่มีซิลิกาสูงสุด
ข้าวบาร์เลย์ (Barley) 540 mg/100g DW ปานกลาง Husk มีซิลิกาสูงมาก
แตงกวา (Cucumber) 9–11 mg/100g FW ดี (เปลือกมีมากกว่า) ไม่ปอกเปลือก ได้ซิลิกามากกว่า
ไผ่อ่อน (Bamboo Shoots) 1,800 mg/100g DW ต่ำ (Crystalline) ซิลิกาสูงแต่รูปแบบดูดซึมยาก
หัวหอม (Onion) 6–8 mg/100g FW ดี + Quercetin เสริมฤทธิ์ต้านอักเสบ
อัลมอนด์ (Almonds) 5–7 mg/30g ปานกลาง + Vitamin E สนับสนุนผิว
ข้าวกล้อง (Brown Rice) 4–6 mg/100g FW ปานกลาง ข้าวขาว (ขัดแล้ว) ซิลิกาลดลง 80%
สตรอว์เบอร์รี 4–6 mg/100g FW ดี + Vit C ช่วย Collagen Synthesis
มะเขือเทศ 3–5 mg/100g FW ปานกลาง ผิวมีมากกว่าเนื้อใน

สำหรับการดื่มน้ำ — น้ำ RO (Reverse Osmosis) และน้ำกรองหลายขั้นตอนมักเอาซิลิกาออกไปด้วย ทำให้คนที่ดื่มน้ำ RO บริสุทธิ์ทุกวันอาจไม่ได้รับซิลิกาจากน้ำ วิธีแก้คือเลือกน้ำแร่ธรรมชาติ (ดูปริมาณ Silica บนฉลาก) หรือเสริมจากอาหารและซัพพลีเมนต์

Checklist — อาการขาดซิลิกา

ซิลิกาในร่างกายลดลงช้าๆ ตามอายุและไลฟ์สไตล์ อาการขาดจึงเกิดขึ้นทีละน้อยจนอาจไม่สังเกตว่านั่นคือสัญญาณของการขาดซิลิกา

📋 Check List อาการที่อาจบ่งบอกว่าคุณขาดซิลิกา
ผิวหนังแพ้ง่ายต่อมลภาวะและแสงแดด
ริ้วรอยเด่นชัดกว่าอายุจริง
ผมร่วงมากกว่าปกติ หรือผมบาง
ผมแตกปลาย เส้นผมเปราะหักง่าย
เล็บแตก เปราะ บาง มีร่องขวาง
ผิวแห้ง ผิวหยาบ ขาดความชุ่มชื้น
สิวหรือการอักเสบของผิวบ่อยขึ้น
ปัญหาเหงือกหรือฟัน เหงือกร่น ฟันผุง่าย
ข้อต่อปวดหรือมีเสียงดัง (ข้อเสื่อม)
กระดูกอ่อนแอ เสี่ยง Osteoporosis
แผลหายช้า เนื้อเยื่อซ่อมแซมช้า
ความดันโลหิตสูง (อาจสัมพันธ์กับผนังหลอดเลือดแข็ง)

หากมีอาการมากกว่า 4–5 ข้อ อาจเป็นสัญญาณว่าระดับซิลิกาในร่างกายต่ำ แนะนำให้ตรวจวิเคราะห์แร่ธาตุในร่างกายด้วย OligoScan หรือ Mineral Profile เพื่อยืนยันและออกแบบโปรแกรมเสริมแร่ธาตุเฉพาะบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่ทานอาหารแปรรูปสูง สูบบุหรี่ หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีมลภาวะ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่เร่งการสูญเสียซิลิกาและแร่ธาตุอื่นๆ ออกจากร่างกายเร็วกว่าปกติ

การดูดซึมซิลิกา — สิ่งที่ต้องรู้

ซิลิกาในอาหารมีหลายรูปแบบที่มี Bioavailability ต่างกันมาก ความเข้าใจเรื่องนี้ช่วยเลือกแหล่งซิลิกาได้อย่างชาญฉลาด และช่วยให้ได้รับซิลิกาในปริมาณที่ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ไม่ใช่เพียงรับประทานแล้วขับออกโดยไม่ดูดซึม

  • Orthosilicic Acid [Si(OH)₄] — รูปแบบในน้ำแร่และน้ำดื่ม ดูดซึมได้ ~64% ผ่าน Passive Diffusion ในลำไส้เล็ก เป็นรูปแบบ Active ในร่างกาย
  • Phytolithic Silica — รูปแบบในพืช (ข้าวโอ๊ต บาร์เลย์) ดูดซึมได้ ~7–10% หลังจาก Digestive Processes ปลดปล่อย Orthosilicic Acid ออกมา
  • Crystalline Silica (SiO₂) — รูปแบบในไผ่ หินทราย ดูดซึมได้น้อยมาก (~1%) และบางรูปแบบอาจก่อ Inflammation ใน Lung ถ้าสูดดม (ไม่ใช่ในอาหาร)
  • ปัจจัยที่ลด Absorption — Aluminum ในน้ำ Fluoride ปริมาณสูง และการขาด Magnesium (ซึ่งช่วย Transport Silicon ในเซลล์) ล้วนลดการดูดซึมซิลิกา
  • การขับถ่าย — ซิลิกาขับออกทาง Urine (~50% ของปริมาณที่ดูดซึม) ทำให้เป็นแร่ธาตุที่ค่อนข้างปลอดภัยและไม่สะสมในร่างกายมากเกินไป

งานวิจัยพบว่า Estrogen ช่วยเพิ่ม Silicon Absorption — นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่สตรีวัยทองมักมีปัญหากระดูกพรุนและผิวแก่ชราเร็วกว่าปกติ เพราะทั้ง Estrogen และซิลิกาลดลงพร้อมกัน

นอกจากนี้ การดื่มน้ำอย่างเพียงพอ (อย่างน้อย 1.5–2 ลิตรต่อวัน) มีความสำคัญต่อการดูดซึมและการขนส่ง Orthosilicic Acid ในกระแสเลือด เนื่องจากซิลิกาในรูปแบบ Active ละลายน้ำได้ดี และการขาดน้ำจะลดประสิทธิภาพการลำเลียงซิลิกาไปสู่เนื้อเยื่อเป้าหมาย เช่น ผิวหนัง กระดูก และผม อย่างมีนัยสำคัญ

ซัพพลีเมนต์ซิลิกา: เลือกรูปแบบไหนดี?

ตลาดซัพพลีเมนต์ซิลิกามีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่สารสกัดจากพืช (Horsetail, Bamboo) ไปจนถึง Orthosilicic Acid สังเคราะห์ แต่ละรูปแบบมีความแตกต่างด้าน Bioavailability และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนอย่างมีนัยสำคัญ การเลือกซัพพลีเมนต์ที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาจากข้อมูลงานวิจัย ไม่ใช่แค่การโฆษณา

BioSil (ch-OSA)
รูปแบบCholine-Stabilized Orthosilicic Acid
Bioavailability~64% สูงที่สุด
ปริมาณแนะนำ5–10 mg Silicon/วัน
หลักฐานRCT หลายตัว (ผิว ผม กระดูก)
ข้อดีดูดซึมดีสุด มี Choline ช่วย Liver
Horsetail Extract (Equisetum)
รูปแบบPlant-derived Silicic Acid
Bioavailability~7% (แปรรูปเป็น OSA)
ปริมาณแนะนำ300–500 mg/วัน
ข้อดีธรรมชาติ, ราคาไม่แพง, + Flavonoids
ข้อด้อยBioavailability ต่ำกว่า BioSil
Bamboo Extract
รูปแบบSilica concentrate from bamboo
Bioavailability~2% (Crystalline form)
ปริมาณแนะนำ300–600 mg/วัน
ข้อดีราคาถูก หาง่าย ในอาหารเสริมหลายตัว
ข้อด้อยBioavailability ต่ำสุด

Stack ที่เสริมประสิทธิภาพซิลิกา

  • Vitamin C 500–1,000 mg — Cofactor ของ Prolyl Hydroxylase ร่วมกับซิลิกา เสริมกันโดยตรงในการสร้างคอลลาเจน
  • Copper 1–2 mg — Cofactor ของ Lysyl Oxidase ที่ซิลิกากระตุ้น ขาด Copper ทำให้ Crosslinking ไม่สมบูรณ์
  • Zinc 15–30 mg — สนับสนุน Collagen Synthesis โดยรวม และ Keratinization ของ Hair/Nails
  • Magnesium Glycinate 300 mg — ช่วย Silicon Transport ในเซลล์ และสนับสนุน Bone Mineralization ร่วมกับซิลิกา
  • Collagen Peptides 5–10 g — เสริม "วัตถุดิบ" ให้เอนไซม์ที่ซิลิกากระตุ้น ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
⚠️ ข้อควรระวัง
  • Crystalline Silica (SiO₂ จากอุตสาหกรรม) — แตกต่างจากซิลิกาในอาหารและซัพพลีเมนต์โดยสิ้นเชิง อย่าสับสน Crystalline Silica ที่สูดดมในงานอุตสาหกรรมทำให้เกิดโรค Silicosis (ปอดอักเสบเรื้อรัง) แต่ Dietary Silica ปลอดภัย
  • Horsetail Extract — มี Thiaminase ที่ทำลาย B1 ไม่ควรกินปริมาณมากหรือต่อเนื่องนาน อาจทำให้ขาด B1
  • โรคไต — ซิลิกาขับออกทาง Urine ผู้มีปัญหาไตควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสริม
  • หญิงตั้งครรภ์ — ซิลิกาจากอาหารปลอดภัย แต่ซัพพลีเมนต์ขนาดสูงควรหลีกเลี่ยงจนกว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติม

ตรวจระดับซิลิกาในร่างกาย — OligoScan และ Mineral Testing

การรู้ระดับซิลิกา (และแร่ธาตุอื่น) ในร่างกายก่อนเสริม ช่วยให้การเสริมแร่ธาตุมีเป้าหมายและปลอดภัยกว่าการเดาเสริมเอง

  • OligoScan (Spectrophotometry) — วัดระดับแร่ธาตุในเนื้อเยื่อ (ไม่ใช่เลือด) รวมถึง Silicon, Magnesium, Zinc, Copper และ Heavy Metals เห็นภาพรวมสมดุลแร่ธาตุทั้งร่างกายในการตรวจครั้งเดียว
  • Hair Mineral Analysis (HTMA) — วิเคราะห์สะสมแร่ธาตุในเส้นผม เห็นแนวโน้มระยะยาว (3–6 เดือน) รวมถึงการสะสม Heavy Metals ที่แย่งตำแหน่ง Silicon ในเนื้อเยื่อ
  • Serum Silicon — วัดซิลิกาในเลือด ค่าปกติ 10–30 μg/dL แต่ไม่ Sensitive ต่อ Tissue Silicon Stores เหมือน OligoScan

ที่ Thrive Wellness Center บริการ OligoScan ตรวจแร่ธาตุครบถ้วนรวมถึง Silicon พร้อมการออกแบบโปรโตคอลเสริมแร่ธาตุที่ขาดเฉพาะบุคคล ไม่ใช่การ "เดาเสริม" แบบ One-size-fits-all

เขียนโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ผมร่วง ผิวเหี่ยว เล็บเปราะ กระดูกบาง?

หมอนุ่นที่ Thrive Wellness Center ตรวจ OligoScan วิเคราะห์ระดับแร่ธาตุเฉพาะบุคคล รวมถึง Silicon, Zinc, Copper, Magnesium และ Heavy Metals เพื่อออกแบบโปรแกรม Anti-aging Mineral ที่ตรงเป้า

💬 ปรึกษาผ่าน LINE @thrivewellnessth 📞 โทร 095-934-9640

Thrive Wellness Center
The Crystal Park ชั้น 2 อาคาร B · 199 ถนนประดิษฐ์มนูธรรม ลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230
เปิดทุกวัน 10:00–19:00

เอกสารอ้างอิง

  1. Jugdaohsingh R. Silicon and bone health. J Nutr Health Aging. 2007;11(2):99–110. PMID17435952
  2. Reffitt DM, et al. Orthosilicic acid stimulates collagen type 1 synthesis and osteoblast differentiation in human osteoblast-like cells in vitro. Bone. 2003;32(2):127–135. PMID12633785
  3. Wickett RR, et al. Effect of oral intake of choline-stabilized orthosilicic acid on hair tensile strength and morphology in women with fine hair: a randomized, double-blind, placebo-controlled study. Arch Dermatol Res. 2007;299(10):499–505. PMID17960402
  4. Macdonald HM, et al. Dietary silicon interacts with oestrogen to influence bone health: evidence from the Aberdeen Prospective Osteoporosis Screening Study. Bone. 2006;38(4):616. PMID16322453

คำถามที่พบบ่อย

ซิลิกา (Silica) คืออะไร?

ซิลิกา (Silica) หรือ Silicon Dioxide (SiO2) เป็นแร่ธาตุที่พบมากเป็นอันดับ 2 ในเปลือกโลก รองจากออกซิเจน ในร่างกายมนุษย์ซิลิกาอยู่ในรูป Orthosilicic Acid [Si(OH)4] เป็น Trace Mineral ที่จำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจน Elastin กระดูก ผิว ผม เล็บ และผนังหลอดเลือด

ซิลิกาเกี่ยวข้องกับคอลลาเจนอย่างไร?

ซิลิกาจำเป็นต่อเอนไซม์ Prolyl Hydroxylase และ Lysyl Oxidase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ Crosslink Collagen Fibers ให้แข็งแรง ขาดซิลิกา → คอลลาเจนที่สร้างมาอ่อนแอ ไม่ทนทาน → ผิวเหี่ยว ผมแตกหัก เล็บเปราะ ข้อเสื่อม

อาการขาดซิลิกามีอะไรบ้าง?

อาการขาดซิลิกา: ผิวหนังแพ้ง่าย ริ้วรอยชัด ผิวแห้ง ผมร่วงและแตกปลาย เล็บเปราะแตก ปัญหาเหงือกและฟัน กระดูกอ่อนแรง ผนังหลอดเลือดเสื่อม แผลหายช้า ข้อต่อปวด

อาหารไหนที่มีซิลิกาสูง?

แหล่งซิลิกาสูงสุด: น้ำแร่ธรรมชาติ (~5–100 mg/L), ข้าวโอ๊ต (อันดับ 1 ในธัญพืช), ข้าวบาร์เลย์, ข้าวกล้อง, แตงกวา, ไผ่อ่อน, หัวหอม, มะเขือเทศ, อัลมอนด์, ผักเคล, สตรอว์เบอร์รี และน้ำส้มสายชู Apple Cider

ซิลิกาซัพพลีเมนต์แบบไหนดีที่สุด?

รูปแบบที่ Bioavailability ดีที่สุด: Choline-Stabilized Orthosilicic Acid (BioSil) ดูดซึมสูงสุด 64%, ตามด้วย Silicic Acid จาก Horsetail Extract (Equisetum arvense) ~7%, และ Bamboo Extract ~2%. Colloidal Silica Bioavailability ต่ำมาก ขนาดแนะนำ: BioSil 5–10 mg/วัน (คำนวณจากปริมาณ Silicon), Horsetail 300 mg ต่อวัน

ซิลิกาแตกต่างจาก Silicon อย่างไร?

Silicon เป็นธาตุอโลหะ (Element #14) ในตารางธาตุ ส่วน Silica คือ Silicon Dioxide (SiO2) ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบทั่วไปในธรรมชาติ ในทางโภชนาการ เมื่อพูดถึงซิลิกาในอาหารและร่างกาย มักหมายถึง Orthosilicic Acid [Si(OH)4] ซึ่งเป็นรูปแบบที่ร่างกายดูดซึมและใช้ได้

Thrive แนะนำ
Book your consultation at Thrive

Bangkok's functional medicine clinic — personalised care, science-backed.

นัดตรวจที่ Thrive →
พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี หมอนุ่น แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ Thrive Wellness

พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี

แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ

ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ ดูแลการตรวจวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึก พร้อมให้คำปรึกษาแผนสุขภาพเฉพาะบุคคลที่ Thrive Wellness Clinic

Anti-aging & Regenerative MedicineNutrition WellnessFunctional Medicine

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเรา

นัดหมายวันนี้ รับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากทีมแพทย์ Thrive