วิตามินบี3 ที่ดูแลผิวจากภายใน ผิวหย่อยคล้อย ริ้วรอย จุดด่างดำ เริ่มต้นที่ NAD+ ลดลง
Bangkok's functional medicine clinic — personalised care, science-backed.
นัดตรวจที่ Thrive →วิตามินบี3 คืออะไร — 3 รูปแบบที่ต้องรู้จัก
วิตามินบี3 คือวิตามินที่ละลายน้ำได้ในกลุ่ม B-complex มีชื่อทางเคมีว่า Nicotinic Acid หรือที่รู้จักกันในชื่อ Niacin และมีรูปแบบอนุพันธ์อีก 2 ตัวที่สำคัญ ได้แก่ Niacinamide (Nicotinamide) และ NMN (Nicotinamide Mononucleotide) โดยทั้งหมดทำหน้าที่เป็น precursor หลักในการสร้าง NAD+ (Nicotinamide Adenine Dinucleotide) — coenzyme ที่จำเป็นต่อการผลิตพลังงาน ATP ในไมโตคอนเดรียและการซ่อมแซม DNA
ความสำคัญของวิตามินบี3 ต่อการชะลอวัยอยู่ตรงนี้ — เมื่อเราอายุมากขึ้น ระดับ NAD+ ในร่างกายลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เซลล์ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ซ่อมแซมตัวเองได้ช้าลง และคอลลาเจนถูกสร้างทดแทนน้อยลง
Nicotinic Acid (Niacin)
รูปแบบดั้งเดิม — ใช้ทางการแพทย์ลดไขมัน Triglyceride และเพิ่ม HDL-C ปริมาณสูง ออกฤทธิ์ขยายหลอดเลือดผิวหนัง
⚠️ เกิด Niacin Flush ได้Niacinamide (Nicotinamide)
รูปแบบ Amide — ใช้กว้างขวางทั้งในผลิตภัณฑ์ทาผิวและอาหารเสริม กระตุ้น NAD+ ได้ดี เหมาะกับการดูแลผิวระยะยาว
✓ ไม่มี Flush EffectNMN / NR
รูปแบบขั้นสูง (Nicotinamide Mononucleotide / Riboside) — ดูดซึมเข้าเซลล์ได้โดยตรง มักใช้ใน Protocol ต่อต้านวัยขั้นสูง
✓ ไม่มี Flush EffectRolfe (2021) ตีพิมพ์ใน Antioxidants (PMC8389214) สรุปว่า Niacinamide ฟื้นฟู NAD+ pool ในระดับเซลล์ ลด Oxidative stress ในชั้นผิว เสริม Extracellular matrix และยับยั้งกระบวนการสร้าง Melanin ที่ทำให้เกิดจุดด่างดำ — ทั้งหมดผ่านกลไกที่วัดผลได้ในงานวิจัย
ทำไม NAD+ ลดลงตามอายุ — และทำไมผิวถึงหย่อนคล้อย
NAD+ ไม่ได้เป็นแค่สารเคมีในเซลล์ — มันคือ "เชื้อเพลิง" หลักของเซลล์ผิวทุกเซลล์ ร่างกายใช้ NAD+ ใน 4 กระบวนการหลักที่เกี่ยวกับผิวโดยตรง ได้แก่ การผลิตพลังงาน ATP, การซ่อมแซม DNA จากความเสียหายของแสงแดด UV, การกระตุ้น Sirtuins (โปรตีนต่อต้านวัย) และการควบคุมการอักเสบ
ปัญหาคือ — ระดับ NAD+ ในร่างกายลดลงอย่างมีนัยสำคัญตามอายุ เมื่อ NAD+ ลดลง เซลล์ผิว Fibroblast สร้างคอลลาเจนได้น้อยลง Epidermis บางลง ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น และกระบวนการซ่อมแซมจากแสงแดดช้าลง — นี่คือต้นตอของผิวหย่อยคล้อยและริ้วรอยที่ลึกขึ้นตามวัย
ระดับ NAD+ ที่ลดลงตามช่วงอายุ (เทียบกับอายุ 20 ปี = 100%)
ข้อมูลอ้างอิง: Verdin E. (2015) NAD+ in aging. Science. PMID 26785476
วิตามินบี3 โดยเฉพาะ Niacinamide ทำหน้าที่เป็น building block โดยตรงในการสังเคราะห์ NAD+ ผ่าน Salvage Pathway — เส้นทางที่ร่างกายใช้ recycle วิตามินบี3 กลับมาเป็น NAD+ ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง ต่างจาก De novo synthesis ที่ต้องอาศัย Tryptophan จากอาหารและใช้พลังงานมากกว่า
6 ประโยชน์ของ Niacinamide ต่อผิวที่มีหลักฐานรองรับ
งานวิจัยตั้งแต่ปี 2006 ถึงปัจจุบันแสดงให้เห็นอย่างสม่ำเสมอว่า Niacinamide มีผลต่อผิวหลายมิติ ไม่ใช่แค่ "ลดริ้วรอย" แต่ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างผิวระดับเซลล์ไปจนถึงสีผิวและการป้องกันความเสียหาย
เสริมคอลลาเจน Type I & III
กระตุ้น Fibroblast ผลิตคอลลาเจน ลดการสลายโปรตีนโครงสร้าง ผิวแน่นขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น
เสริม Skin Barrier (Ceramide)
กระตุ้นการผลิต Ceramide, Keratin และ Filaggrin ในชั้น Epidermis ผิวชุ่มชื้น ป้องกันการสูญเสียน้ำ
ลดจุดด่างดำและสีผิวไม่สม่ำเสมอ
ยับยั้งการส่งต่อ Melanin จาก Melanocyte ไปยัง Keratinocyte ลดจุดด่างดำจากแสงแดดและรอยหลังสิว
ลดริ้วรอยและผิวหย่อนคล้อย
การศึกษา 24 สัปดาห์พบว่าผิวหนาขึ้น ริ้วรอยตื้นลดลง และ Skin elasticity ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ลดรอยแดง ผิวหมองเหลือง
Bissett et al. (2007) พบว่า Niacinamide ลด Skin yellowing, Red blotchiness และ Hyperpigmented spots
ป้องกันความเสียหายจาก UV
เพิ่ม DNA repair หลังโดน UV radiation ผ่านการฟื้นระดับ NAD+ ลดการสะสมความเสียหายในระยะยาว
Bissett RL et al. (2006, PMID 16029679) ทดสอบในอาสาสมัครผู้หญิงอายุ 40–60 ปี พบว่าการใช้ Niacinamide 5% ทาผิว 12 สัปดาห์ ลดริ้วรอยตื้น จุดด่างดำ ผิวหย่อน และ Skin yellowing ได้อย่างมีนัยสำคัญเทียบกับกลุ่ม placebo (p < 0.05) — เป็นหนึ่งในงานวิจัย Niacinamide ที่อ้างอิงมากที่สุดในโลก
สนใจตรวจระดับวิตามินและ Anti-aging Assessment?
แพทย์ที่ Thrive ประเมิน Nutritional profile ครบ พร้อมออกแบบ Protocol วิตามินเฉพาะบุคคล
โทร 095-934-9640 LINE @thrivewellnessthวิตามินบี3 ดูแลร่างกายมากกว่าแค่ผิว
นอกเหนือจากสุขภาพผิว วิตามินบี3 โดยเฉพาะ Niacin (Nicotinic Acid) มีบทบาทสำคัญต่อระบบอื่นๆ ในร่างกาย ซึ่งทำให้การดูแลระดับวิตามินบี3 ให้เพียงพอเป็นส่วนหนึ่งของ Health Optimization ที่ครอบคลุม
1. ระบบพลังงานและ Metabolism
NAD+ เป็น coenzyme ที่จำเป็นสำหรับ Glycolysis, Citric Acid Cycle และ Oxidative Phosphorylation — กระบวนการผลิต ATP ทั้งหมด หากร่างกายขาดวิตามินบี3 เซลล์ผลิตพลังงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าเรื้อรัง แม้นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ
2. ระบบไขมันในเลือดและหัวใจ
Niacin (Nicotinic Acid) ขนาด 1–3 g/day ใช้ทางการแพทย์เพื่อ ลด Triglyceride 20–50% และ เพิ่ม HDL-C 15–35% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่ายาลดไขมันประเภทอื่นในส่วนของ HDL อย่างไรก็ตาม การใช้ Niacin ขนาดสูงต้องอยู่ภายใต้การดูแลแพทย์เนื่องจากอาจมีผลต่อตับและระดับน้ำตาลเลือด
3. สมองและระบบประสาท
NAD+ จำเป็นต่อการทำงานของ Neurotransmitter และ Neuroprotection — สมองเป็นอวัยวะที่ใช้พลังงานสูงสุดสัดส่วนต่อน้ำหนัก การขาดวิตามินบี3 เรื้อรังเชื่อมโยงกับอาการสมาธิสั้น สับสน และในระดับรุนแรงถึงขั้น Dementia ที่เรียกว่า Pellagra Brain
4. การซ่อมแซม DNA
PARP-1 (Poly ADP-ribose polymerase) เป็นเอนไซม์ซ่อมแซม DNA ที่ใช้ NAD+ เป็น substrate โดยตรง — เมื่อ NAD+ ต่ำ PARP-1 ทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้ DNA damage สะสม ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการแก่ก่อนวัย (Accelerated aging)
อาการขาดวิตามินบี3 — จาก Subclinical ถึง Pellagra
การขาดวิตามินบี3 มีสองระดับ — ระดับรุนแรงที่เรียกว่า Pellagra และระดับ Subclinical ที่พบบ่อยกว่ามากในประชากรทั่วไปที่ไม่ได้รับอาหารครบถ้วนหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง
Pellagra — โรค "4 Ds" — เกิดจากการขาดวิตามินบี3 รุนแรง พบได้ในประชากรที่บริโภคข้าวโพดเป็นอาหารหลักโดยไม่ผ่านกระบวนการ Nixtamalization ที่ปลดปล่อย Niacin จากพันธะกับ Niacytin
Dermatitis
ผิวหนังอักเสบ แดง หยาบ ลอก เฉพาะส่วนที่โดนแสงแดด — หลังมือ คอ ใบหน้า (Casal's Necklace)
Diarrhea
ท้องเสียเรื้อรัง คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ลิ้นอักเสบแดงเป็นมัน (Glossitis)
Dementia
สมองเสื่อม สับสน ซึมเศร้า วิตกกังวล ความจำเสื่อมลง ในระยะรุนแรง
Death
ในระยะสุดท้ายที่ไม่ได้รับการรักษา — พบเฉพาะในการขาดรุนแรงมาก
อาการขาดระดับต่ำ (Subclinical) ที่พบบ่อยกว่า
การขาดวิตามินบี3 แบบ Subclinical ไม่แสดงอาการ Pellagra ชัดเจน แต่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างเงียบๆ โดยเฉพาะในกลุ่มที่กินอาหารแปรรูปสูง ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือมีโรคระบบย่อยอาหารที่ดูดซึมได้ไม่ดี
กลุ่มเสี่ยงขาดวิตามินบี3: ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ, ผู้ป่วย Crohn's disease หรือ Celiac disease, ผู้ที่กินยา Isoniazid (ยารักษาวัณโรค), ผู้ที่ทานอาหาร Carbohydrate-heavy แต่ขาดโปรตีน และผู้ที่อยู่ระหว่างอดอาหาร (Extreme caloric restriction)
แหล่งอาหารวิตามินบี3 และปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน
ร่างกายได้รับวิตามินบี3 จากสองทาง — จากอาหารโดยตรง และจากการสังเคราะห์จาก Tryptophan (กรดอะมิโนในโปรตีน) ในอัตรา 60 mg Tryptophan → 1 mg NE (Niacin Equivalent) อย่างไรก็ตาม การสังเคราะห์จาก Tryptophan อาจไม่เพียงพอเมื่อร่างกายต้องการ NAD+ สูงขึ้นตามอายุ
| แหล่งอาหาร | ปริมาณ Niacin (mg NE / 100 g) | % RDA ต่อมื้อ |
|---|---|---|
| อกไก่ (ปรุงสุก) | 13.4 mg | ~84% |
| ปลาทูน่า (กระป๋อง) | 11.7 mg | ~73% |
| เนื้อวัวไม่ติดมัน | 6.1 mg | ~38% |
| ปลาแซลมอน | 5.6 mg | ~35% |
| เห็ดนางรม / เห็ดชิตาเกะ | 3.8 mg | ~24% |
| ถั่วลิสง | 12.1 mg | ~76% |
| ข้าวกล้อง (ปรุงสุก) | 2.6 mg | ~16% |
| มันฝรั่ง (ปรุงสุก) | 1.5 mg | ~9% |
ปริมาณแนะนำต่อวัน (Dietary Reference Intakes)
| กลุ่มประชากร | RDA (mg NE/day) | UL (mg/day) |
|---|---|---|
| ผู้ชายผู้ใหญ่ | 16 mg NE | 35 mg |
| ผู้หญิงผู้ใหญ่ | 14 mg NE | 35 mg |
| หญิงตั้งครรภ์ | 18 mg NE | 35 mg |
| หญิงให้นมบุตร | 17 mg NE | 35 mg |
| เด็กอายุ 9–13 ปี | 12 mg NE | 20 mg |
UL = Upper Tolerable Intake Level จาก Supplementation (ไม่รวมจากอาหาร) | NE = Niacin Equivalent | ที่มา: Institute of Medicine, Food and Nutrition Board
เมื่อไหร่ควรพิจารณาเสริมวิตามินบี3 ที่คลินิก
การได้รับวิตามินบี3 จากอาหารเพียงพอสำหรับการป้องกัน Pellagra แต่สำหรับเป้าหมายด้าน Anti-aging, ผิวพรรณ และ Performance Optimization ปริมาณที่ต้องการอาจสูงกว่า RDA หลายเท่า ซึ่งควรอยู่ภายใต้การดูแลแพทย์
อายุ 35 ปีขึ้นไป ผิวเริ่มหย่อนคล้อย ริ้วรอยเพิ่มขึ้นชัดเจน
NAD+ ลดลงตามวัยอย่างต่อเนื่อง การเสริม Niacinamide หรือ NMN ภายใต้การดูแลแพทย์ช่วยชะลอกระบวนการนี้ได้อย่างมีหลักฐานรองรับ
ผลเลือดแสดงระดับ Triglyceride สูง หรือ HDL-C ต่ำ
Niacin (Nicotinic Acid) ขนาดรักษาอาจเป็นตัวเลือก แต่ต้องอยู่ภายใต้การตรวจตับและน้ำตาลเลือดอย่างสม่ำเสมอ
เหนื่อยล้าเรื้อรัง ไม่ทราบสาเหตุ ผลตรวจ Thyroid ปกติ
ระดับ NAD+ ต่ำอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ถูกมองข้าม แพทย์ที่ Thrive ตรวจ Nutritional panel ครบเพื่อหาต้นตอได้ตรงจุด
ต้องการ Anti-aging Protocol ครบวงจร
วิตามินบี3 มักเป็นส่วนหนึ่งของ Comprehensive anti-aging protocol ร่วมกับ Vitamin D, Magnesium, Omega-3 และ Hormone balancing ที่ Thrive ออกแบบเฉพาะบุคคล
IV Vitamin Therapy — ดูดซึมได้ 100%
สำหรับผู้ที่ต้องการผลเร็วหรือมีปัญหาการดูดซึมทางปาก IV therapy ที่ Thrive ส่ง Niacinamide เข้าระบบหลอดเลือดโดยตรง เพิ่มระดับ NAD+ ในเซลล์ได้ทันที
คำถามที่พบบ่อย
วิตามินบี3 กับ Niacinamide เหมือนกันไหม?
วิตามินบี3 มี 2 รูปแบบหลัก คือ Nicotinic Acid (Niacin) และ Nicotinamide (Niacinamide) ทั้งสองเป็นวิตามินบี3 เหมือนกัน แต่ Niacinamide ไม่ทำให้เกิดอาการ 'Niacin Flush' (ผิวแดง คัน ร้อนวูบ) จึงนิยมใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและอาหารเสริมมากกว่า ทั้งสองรูปเป็น precursor ของ NAD+ ที่จำเป็นต่อพลังงานระดับเซลล์และการซ่อมแซม DNA
Niacinamide ช่วยลดผิวหย่อยคล้อยได้จริงไหม?
มีหลักฐานทางคลินิกรองรับ — Niacinamide กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type I และ III เสริมการผลิต Ceramide และ Keratin ในชั้น Epidermis และลดการสลายโปรตีนโครงสร้างผิว การศึกษา Rolfe (2021, PMC8389214) พบว่า Niacinamide ลดริ้วรอยตื้น จุดด่างดำ และผิวหย่อนได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อใช้ต่อเนื่อง 12–24 สัปดาห์
NAD+ กับวิตามินบี3 เกี่ยวกันอย่างไร?
NAD+ (Nicotinamide Adenine Dinucleotide) เป็น coenzyme หลักในกระบวนการผลิตพลังงาน ATP และการซ่อมแซม DNA — และวิตามินบี3 ทั้ง Niacin และ Niacinamide เป็น precursor โดยตรงในการสร้าง NAD+ ปัญหาคือระดับ NAD+ ลดลงตามอายุ — อายุ 40 ปีระดับ NAD+ ลดลงถึง 50% ทำให้เซลล์ผิวซ่อมแซมตัวเองได้ช้าลง ส่งผลให้ผิวหย่อยคล้อย ริ้วรอยลึกขึ
อาการขาดวิตามินบี3 มีอะไรบ้าง?
การขาดวิตามินบี3 รุนแรงเรียกว่า Pellagra แสดงอาการ '3 Ds' คือ Dermatitis (ผิวหนังอักเสบแดง ลอก เฉพาะส่วนที่โดนแสงแดด), Diarrhea (ท้องเสียเรื้อรัง), Dementia (สมองเสื่อม สับสน) หากรุนแรงมากจะถึง D ที่ 4 คือ Death อาการขาดระดับต่ำ (subclinical) พบบ่อยกว่า ได้แก่: เหนื่อยง่าย หัวใจเต้นเร็ว ผิวแห้งหยาบ ปากแตก ลิ้นเป็นสีแดง
ควรกินวิตามินบี3 เสริมปริมาณเท่าไหร่ต่อวัน?
ปริมาณแนะนำต่อวัน (RDA) สำหรับผู้ใหญ่: 14 mg NE/day (ผู้หญิง) และ 16 mg NE/day (ผู้ชาย) ปริมาณสูงสุดที่ปลอดภัย (UL): 35 mg NE/day จากอาหารเสริม สำหรับวัตถุประสงค์ด้านผิวพรรณและ Anti-aging แพทย์อาจพิจารณา Niacinamide 500–1,000 mg/day ซึ่งควรอยู่ภายใต้การดูแลแพทย์ การรับ Nicotinic Acid (Niacin) ขนาดสูง >1,000 mg อาจมีผลต
Niacinamide ทาผิวกับกินเสริม ต่างกันอย่างไร?
ทั้งสองทางให้ผลที่แตกต่างและเสริมกัน — การทาผิว (topical 2–5%) ออกฤทธิ์โดยตรงในชั้น Epidermis และ Dermis ลดจุดด่างดำ รูขุมขนกว้าง และริ้วรอยตื้น การกินเสริมออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย เพิ่ม NAD+ ให้เซลล์ผิวทั่วทั้งชั้น ช่วยการซ่อมแซม DNA จากความเสียหายแสงแดด เสริมคอลลาเจนได้จากภายใน แพทย์ที่ Thrive แนะนำให้ใช้ร่วมกันทั้งสองทาง
Bangkok's functional medicine clinic — personalised care, science-backed.
นัดตรวจที่ Thrive →