📞 095-934-9640 💬 LINE: @thrivewellnessth 🕐 เปิดทุกวัน 10:00-19:00
THRIVE
🏠 หน้าแรก 💉 วิตามินดริป └ 🧬 NAD+ Therapy 🔬 ตรวจสุขภาพ └ ⏱️ EpiSpan อายุชีวภาพ └ 📊 OligoScan └ 🤧 ภูมิแพ้เฉียบพลัน IgE └ 🧪 สมดุลลำไส้ Urine └ 👨‍👩‍👧 วางแผนมีบุตร 🫁 HBOT 🧠 สุขภาพใจ └ 💬 คุยกับนักบำบัด └ 🌸 Bach Flower Remedies └ ⚡ ภาวะหมดไฟ └ 📝 แบบทดสอบ └ 📖 รวมเรื่อง Mental Health 📚 คลังความรู้ 👥 เกี่ยวกับเรา ปรึกษาฟรี →

ประจำเดือนมามากผิดปกติ (Menorrhagia) — สาเหตุ อาการ และการรักษาที่ถูกต้อง

ประจำเดือนมามากผิดปกติ (Menorrhagia) — สาเหตุ อาการ และการรักษาที่ถูกต้อง
Thrive แนะนำ
Book your consultation at Thrive

Bangkok's functional medicine clinic — personalised care, science-backed.

นัดตรวจที่ Thrive →

🌿 Thrive Wellness Clinic · บทความสุขภาพโดยแพทย์

ประจำเดือนมามากผิดปกติ
(Menorrhagia) — สาเหตุ อาการ และการรักษาที่ถูกต้อง

เลือดประจำเดือนมากเกิน 80 มล. หรือนานกว่า 7 วัน อาจเป็นสัญญาณของปัญหาฮอร์โมน ไฟบรอยด์ หรือโรคเลือดที่ซ่อนอยู่

>80 มล. เกณฑ์วินิจฉัย
Menorrhagia
1 ใน 5 ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์
มีปัญหานี้
75%+ มีภาวะขาด
ธาตุเหล็กร่วม
80–90% ลดเลือดออกได้
ด้วย LNG-IUS
📞 โทรปรึกษาฟรี 💬 LINE @thrivewellnessth
ประจำเดือนมามากผิดปกติ Menorrhagia สาเหตุ อาการ การรักษา — Thrive Wellness Clinic ลาดพร้าว

ประจำเดือนมามากผิดปกติ คืออะไร — เกณฑ์ทางการแพทย์

ทางการแพทย์นิยาม Menorrhagia ว่าคือภาวะที่มีเลือดประจำเดือนมากกว่า 80 มิลลิลิตรต่อรอบ หรือ นานกว่า 7 วัน ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การวัดปริมาณเลือดจริงในชีวิตประจำวันทำได้ยาก แพทย์จึงใช้สัญญาณในทางปฏิบัติแทน

🩸 สัญญาณจริงที่บ่งบอก Menorrhagia
🔴ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัย/ทัมปอนทุกชั่วโมงหรือน้อยกว่า ต่อเนื่องหลายชั่วโมง
🌙ต้องตื่นมาเปลี่ยนผ้าอนามัยกลางดึก
🔵มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่กว่า 2.5 ซม. (ใหญ่กว่าเหรียญ 5 บาท)
😴รู้สึกอ่อนเพลีย หน้ามืด หรือใจสั่นในช่วงมีประจำเดือน
📅ประจำเดือนนานกว่า 7 วันสม่ำเสมอ

ถ้าคุณมีอาการข้างต้น 2 ข้อขึ้นไป โดยเฉพาะต่อเนื่องหลายรอบ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ ไม่ใช่แค่ "ทนไป" เพราะเลือดออกมากซ้ำ ๆ นำไปสู่การขาดธาตุเหล็กและโลหิตจางได้

📌 ประจำเดือนปกติเป็นอย่างไร?
รอบปกติ: 21–35 วัน | ระยะเวลา: 3–7 วัน | ปริมาณ: 30–80 มล. ต่อรอบ | เปลี่ยนผ้าอนามัย: 3–6 ครั้ง/วัน ถือเป็นปกติ ถ้าเกินนี้อย่างสม่ำเสมอให้ตรวจหาสาเหตุ

สาเหตุ — ระบบ PALM-COEIN ที่แพทย์ใช้วินิจฉัย

FIGO (สหพันธ์นรีแพทย์สูตินรีเวชนานาชาติ) กำหนดระบบจำแนกสาเหตุ Abnormal Uterine Bleeding (AUB) ด้วย PALM-COEIN แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่:

PALM — สาเหตุด้านโครงสร้าง (Structural)
ตรวจพบได้ด้วย Imaging
  • P — Polyps (โพลิปในมดลูก)
  • A — Adenomyosis (เยื่อบุโพรงมดลูกลงกล้ามเนื้อ)
  • L — Leiomyoma / Fibroids (ไฟบรอยด์)
  • M — Malignancy / Hyperplasia (มะเร็ง หรือ เซลล์ผิดปกติ)
COEIN — สาเหตุไม่ใช่โครงสร้าง (Non-structural)
Imaging อาจปกติ ต้องตรวจเพิ่ม
  • C — Coagulopathy (โรคเลือด Von Willebrand)
  • O — Ovulatory Dysfunction (ตกไข่ผิดปกติ)
  • E — Endometrial (ความผิดปกติของเยื่อบุ)
  • I — Iatrogenic (ยา, ห่วงอนามัย, ยาละลายลิ่มเลือด)
  • N — Not yet classified

สาเหตุที่พบบ่อยในคลินิก

สาเหตุสัดส่วนกลุ่มเสี่ยง
ไฟบรอยด์ (Uterine Fibroids) — โดยเฉพาะ Submucosal ~40% ผู้หญิงอายุ 30–50 ปี
Adenomyosis — เยื่อบุฝังในกล้ามเนื้อมดลูก ~20% หลังคลอดบุตร, อายุ 40+ ปี
ฮอร์โมนผิดสมดุล — Progesterone ต่ำ / Estrogen สูงเกิน ~25% วัยก่อนหมดประจำเดือน, PCOS
Von Willebrand Disease (โรคเลือดออกง่าย) 10–13% มักวินิจฉัยไม่ได้จนถึงวัยผู้ใหญ่
ไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroidism) ~5–10% พบในผู้หญิงมากกว่าชาย 5–8 เท่า
โพลิป (Endometrial/Cervical Polyps) ~10% ทุกช่วงอายุ, พบบ่อยหลัง 40 ปี
🔬 Von Willebrand Disease — สาเหตุที่ถูกมองข้าม (Philipp CS. Clin Obstet Gynecol. 2010, PMC3609940):
Von Willebrand Disease เป็นโรคความผิดปกติของการแข็งตัวเลือดที่พบบ่อยที่สุด (~1% ของประชากร) พบว่าในผู้หญิงที่มี Menorrhagia ตั้งแต่เริ่มมีประจำเดือนครั้งแรก สูงถึง 10–13% อาจมีสาเหตุนี้ซ่อนอยู่ โดยมักไม่ได้รับการวินิจฉัย เพราะแพทย์มักคิดถึงสาเหตุนรีเวชวิทยาก่อน

อาการที่บ่งบอก — ประจำเดือนแบบไหนที่ต้องกังวล

นอกจากปริมาณเลือดมาก อาการที่มาพร้อมกันช่วยแยกแยะสาเหตุได้มาก

อาการจากเลือดออกมาก

อ่อนเพลีย ไม่มีแรง หน้ามืด เวียนหัว ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว หายใจถี่เมื่อออกแรง ผิวซีด เนื้อตัวซีด สมาธิสั้น หลงลืม เท้ามือเย็น

อาการที่บ่งบอกสาเหตุเฉพาะ

อาการสาเหตุที่สงสัย
ปวดท้องน้อยรุนแรง + เลือดมากAdenomyosis, ไฟบรอยด์ Submucosal
เลือดมากมาตั้งแต่มีประจำเดือนครั้งแรกVon Willebrand Disease, โรคเลือดแต่กำเนิด
น้ำหนักขึ้น หนาว ผมร่วง + เลือดมากHypothyroidism (ไทรอยด์ต่ำ)
รอบเดือนไม่สม่ำเสมอ + เลือดมากPCOS, Anovulatory cycles, Progesterone ต่ำ
ปวดหลัง กดปัสสาวะ + เลือดมากไฟบรอยด์ขนาดใหญ่

ภาวะแทรกซ้อน — โลหิตจางและขาดธาตุเหล็กที่มักถูกมองข้าม

ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุดและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตมากที่สุดของ Menorrhagia ไม่ใช่ปัญหาระยะยาวอย่างมะเร็ง — แต่คือ การขาดธาตุเหล็กและโลหิตจาง ที่เกิดขึ้นทีละน้อยทุกเดือน จนร่างกายปรับตัวไม่ทัน

😪
อ่อนเพลียเรื้อรัง
Iron ไม่พอสร้าง Hemoglobin — ออกซิเจนถึงเซลล์น้อยลง
🧠
สมาธิ-ความจำแย่ลง
สมองต้องการ Iron สร้าง Neurotransmitters และ Myelin
💪
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
Myoglobin ในกล้ามเนื้อต้องใช้ Iron เก็บออกซิเจน
❤️
หัวใจทำงานหนักขึ้น
ชดเชยออกซิเจนน้อย → Heart rate สูง → เสี่ยงระยะยาว
🛡️
ภูมิคุ้มกันต่ำ
Iron จำเป็นต่อการทำงานของ T-cells และ NK cells
🌡️
ควบคุมอุณหภูมิยาก
ร่างกายเย็นง่าย มือเท้าเย็นตลอดเวลา
📊 Ferritin ต่ำ ≠ โลหิตจาง แต่อันตรายพอ ๆ กัน:
ผู้หญิงหลายคนมี Hemoglobin ปกติ แต่ Ferritin ต่ำกว่า 30 ng/mL ซึ่งทำให้มีอาการอ่อนเพลีย หนาว สมาธิสั้น ผมร่วงได้ ก่อนที่ค่า Hb จะต่ำด้วยซ้ำ เพราะร่างกายดึง Iron จาก Storage (Ferritin) มาสร้าง Hb ก่อน — ตรวจ CBC อย่างเดียวไม่พอ ต้องตรวจ Ferritin ด้วยเสมอ

การวินิจฉัย — แพทย์ตรวจอะไรบ้าง

การวินิจฉัย Menorrhagia ต้องค้นหา "ต้นเหตุ" ไม่ใช่แค่ยืนยันว่าเลือดออกมาก — เพราะการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุโดยตรง

1
ประวัติ
ละเอียด
รอบ, ปริมาณ, ความเจ็บปวด, ยา, ครอบครัว
2
ตรวจเลือด
CBC + Ferritin
โลหิตจาง, Iron, TSH (ไทรอยด์), hCG
3
ตรวจฮอร์โมน
FSH, LH, Estradiol, Progesterone, Testosterone
4
Ultrasound
อุ้งเชิงกราน
ตรวจไฟบรอยด์, โพลิป, Adenomyosis, เยื่อบุหนา
5
Coagulation
Screen
Von Willebrand factor ถ้าสงสัยโรคเลือด
⚠️ Endometrial Biopsy — ตรวจเยื่อบุมดลูก

แนะนำในผู้หญิงอายุ >45 ปี หรืออายุน้อยกว่าแต่มีปัจจัยเสี่ยง Endometrial Cancer (อ้วน, PCOS, ไม่เคยตั้งครรภ์, เบาหวาน) เพื่อตัดสาเหตุมะเร็งหรือเซลล์ผิดปกติออกก่อนเริ่มการรักษาอื่น

การรักษา — ตั้งแต่ยาไปจนถึงการผ่าตัด

การรักษาต้องเลือกให้เหมาะกับสาเหตุ อายุ ความต้องการมีบุตร และความรุนแรงของอาการ ไม่มีสูตรสำเร็จเดียวสำหรับทุกคน

การรักษาลดเลือดออกเหมาะกับข้อควรระวัง
Tranexamic Acid
ยาหยุดเลือด
40–50% ไม่ต้องการคุมกำเนิด, ใช้เฉพาะวันเลือดมาก ไม่รักษาสาเหตุ, ห้ามใช้ถ้ามีประวัติลิ่มเลือด
LNG-IUS (Mirena)
ห่วงฮอร์โมน
80–90% ต้องการคุมกำเนิดด้วย, ไม่มีแผนมีบุตรในระยะสั้น ใส่แล้วเลือดอาจมากขึ้นใน 3–6 เดือนแรก
ยาเม็ดคุมกำเนิด (OCP)
ฮอร์โมนรวม
40–65% ต้องการคุมกำเนิด, อาการปวดประจำเดือนร่วม ห้ามในผู้สูบบุหรี่อายุ >35 ปี, ความดันสูง, Migraine
Progesterone ช่วงครึ่งหลังรอบ 20–30% สาเหตุจาก Anovulatory cycles ประสิทธิภาพต่ำกว่า LNG-IUS มาก
GnRH Agonist
(Leuprolide ฯลฯ)
85–100% เตรียมผ่าตัดไฟบรอยด์, ระยะสั้นเท่านั้น ทำให้หมดประจำเดือนชั่วคราว, กระดูกบาง ≥6 เดือน
Endometrial Ablation
ทำลายเยื่อบุมดลูก
70–80% ไม่ต้องการมีบุตรแล้ว, ไม่มีไฟบรอยด์ขนาดใหญ่ ไม่ใช่การคุมกำเนิด, อาจต้องทำซ้ำหลัง 5 ปี
Hysterectomy
ตัดมดลูก
100% กรณีรุนแรง, ล้มเหลวกับการรักษาอื่น, มีมะเร็ง ผ่าตัดใหญ่, หมดประจำเดือนถาวร, เสี่ยงผ่าตัด
📊 LNG-IUS — ประสิทธิภาพสูงที่สุดในกลุ่มยา (Lethaby A et al. Cochrane Database Syst Rev. 2005):
การทบทวนงานวิจัยแบบ Cochrane พบว่า LNG-IUS (Mirena) ลดปริมาณเลือดประจำเดือนได้ 80–90% ซึ่งสูงกว่าทางเลือกยาทุกชนิด รวมถึง Tranexamic Acid และ OCP นอกจากนี้ยังพบว่าความพึงพอใจของผู้ป่วยสูงกว่าการรักษาด้วยยาชนิดอื่น แม้จะไม่ใช่ทางเลือกสำหรับทุกคน

การเสริมธาตุเหล็กร่วมกับการรักษา

การรักษา Menorrhagia ต้องรักษาคู่ขนานกับการชดเชย Iron ที่ขาด:

Iron supplement ตาม Ferritin level Vitamin C ช่วยดูดซึม Iron (300-500 mg พร้อมกัน) หลีกเลี่ยงชา กาแฟ แคลเซียม ห่างจากเวลากิน Iron ≥2 ชั่วโมง IV Iron กรณี Ferritin <10 หรือกินไม่ได้

บริการที่เกี่ยวข้องที่ Thrive Wellness Clinic

Thrive ดูแลสุขภาพสตรีแบบครบวงจร ตั้งแต่ตรวจฮอร์โมน ตรวจธาตุเหล็ก ไปจนถึงเสริมสารอาหารที่ขาดไป

ประจำเดือนมามาก อ่อนเพลีย ซีด — ไม่ต้องทนอีกต่อไป

Thrive Wellness Clinic ลาดพร้าว ตรวจหาสาเหตุและดูแลสุขภาพสตรีแบบครบวงจร โดยแพทย์เฉพาะทาง นัดได้ทันที ไม่ต้องรอคิวนาน

ปรึกษาสุขภาพสตรีฟรี 📞 โทรเลย

คำถามที่พบบ่อย

ประจำเดือนมามากผิดปกติ (Menorrhagia) คืออะไร?

Menorrhagia คือภาวะที่มีเลือดประจำเดือนมากกว่า 80 มิลลิลิตรต่อรอบ หรือนานกว่า 7 วัน ในทางปฏิบัติ สัญญาณคือต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกชั่วโมงต่อเนื่องหลายชั่วโมง หรือต้องตื่นมาเปลี่ยนกลางดึก มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่กว่า 2.5 ซม. หรือมีอาการอ่อนเพลียและซีดจากการเสียเลือด

ประจำเดือนมามากเกิดจากอะไร?

สาเหตุแบ่งตาม FIGO PALM-COEIN: กลุ่ม PALM (โครงสร้าง) ได้แก่ ไฟบรอยด์ (Fibroids), โพลิป (Polyps), Adenomyosis, มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก กลุ่ม COEIN (ไม่ใช่โครงสร้าง) ได้แก่ ความผิดปกติของการแข็งตัวเลือด (Von Willebrand disease 10-13%), ฮอร์โมนผิดสมดุล (Progesterone ต่ำ, ไทรอยด์), การตกไข่ผิดปกติ

ประจำเดือนมามากทำให้เป็นโลหิตจางได้ไหม?

ใช่ — ผู้ป่วย Menorrhagia มากกว่า 75% มีภาวะขาดธาตุเหล็ก (Iron Deficiency) และหลายรายพัฒนาเป็นโลหิตจาง (Anemia) อาการ ได้แก่ อ่อนเพลีย หน้ามืด ใจสั่น หัวใจเต้นแรง ผิวซีด และสมาธิสั้น การตรวจ Ferritin และ CBC จึงเป็นส่วนสำคัญของการประเมิน Menorrhagia

ประจำเดือนมามากรักษาได้ไหม?

ได้ — การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความต้องการของผู้ป่วย ตั้งแต่ยา Tranexamic Acid (ลดเลือดออก 40-50%), ยาเม็ดคุมกำเนิด, ห่วง LNG-IUS (Mirena, ลดเลือดออก 80-90%), ไปจนถึงการผ่าตัด Endometrial Ablation หรือ Hysterectomy ในกรณีรุนแรง การรักษาที่เหมาะสมต้องตรวจหาสาเหตุก่อนเสมอ

ไฟบรอยด์ทำให้ประจำเดือนมามากไหม?

ใช่ — โดยเฉพาะ Submucosal Fibroids ที่อยู่ใต้เยื่อบุโพรงมดลูกโดยตรง ทำให้พื้นที่ผิวมดลูกเพิ่มขึ้น มีเลือดออกมากขึ้น ไฟบรอยด์ชนิดอื่น (Intramural, Subserosal) อาจไม่ทำให้เลือดออกมาก แต่ทำให้ปวดและกดทับอวัยวะข้างเคียง การตรวจ Ultrasound ช่วยระบุตำแหน่งและขนาดได้ชัดเจน

ต้องตรวจอะไรบ้างเมื่อประจำเดือนมามากผิดปกติ?

การตรวจที่แนะนำ ได้แก่: CBC + Ferritin (ประเมินโลหิตจาง), ฮอร์โมนไทรอยด์ (TSH), ฮอร์โมนเพศ (FSH, LH, Estradiol, Progesterone), Coagulation Screen (กรณีสงสัย Von Willebrand), Ultrasound อุ้งเชิงกราน (ตรวจไฟบรอยด์, โพลิป, Adenomyosis) และตัดประกาศการตั้งครรภ์ด้วย hCG ถ้าจำเป็น

Thrive แนะนำ
Book your consultation at Thrive

Bangkok's functional medicine clinic — personalised care, science-backed.

นัดตรวจที่ Thrive →
พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี หมอนุ่น แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ Thrive Wellness

พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี

แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ

ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ ดูแลการตรวจวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึก พร้อมให้คำปรึกษาแผนสุขภาพเฉพาะบุคคลที่ Thrive Wellness Clinic

Anti-aging & Regenerative MedicineNutrition WellnessFunctional Medicine

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเรา

นัดหมายวันนี้ รับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากทีมแพทย์ Thrive