top of page

Thrive Wellness Clinic

  • Facebook
  • YouTube
  • Instagram

ชั้น2 เดอะ คริสตัล เอกมัย-รามอินทรา 
Opening Hours เวลาเปิดทำการ 10:00 -19:30 

thrive-clinic.png

ไขมันพอกตับ โรคที่ไม่ทันรู้ตัว



คลิกเลือกอ่านเนื้อหาที่สนใจ

...



จะเป็นอย่างไร หากตับของคุณ  กำลังป่วย


สายดื่มหนัก รักของทอด ของหวานเลิฟเวอร์ เมื่อรับประทานบ่อย ๆ เสี่ยงไขมันสูง ยิ่งเมื่ออายุเยอะการเผาผลาญไขมันยิ่งทำได้ไม่ดี จนอาจเกิดภาวะไขมันพอกตับที่ไม่มีอาการเจ็บป่วยเป็นสัญญาณเตือน



ตับ อวัยวะสำคัญที่ไม่ควรถูกทิ้งไว้ให้ป่วย


ตับ อวัยวะที่มีหน้าที่สำคัญในการผลิตพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย และยังเป็นส่วนสำคัญต่อระบบการเผาผลาญของเสีย กำจัดผ่านทางน้ำดีลงสู่ลำไส้จากนั้นก็จะปะปนกับอุจจาระออกมาจากร่างกาย

ลองจินตนาการดูว่า หากตับของคุณพัง และไม่สามารถฟื้นฟูได้ทันมีของเสียและสิ่งแปลกปลอมที่เป็นอันตรายตกค้างอยู่ภายในร่างกาย ของเสียที่ถูกสะสมอยู่เรื่อย ๆ ไม่ได้ถูกกำจัดออก อาจส่งผลให้ร่างกายป่วยได้ง่าย ๆ



ไขมันพอกตับเกิดขึ้นได้อย่างไร?


เมื่อตับกักเก็บพลังงานสำรองให้แก่ร่างกายเรื่อย ๆ แต่ร่างกายไม่ได้ใช้งาน ทำให้เกิดการสะสมของไขมัน Trglyceride ในเซลล์ตับ ทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับ (Fatty Liver) เมื่อเกิดขึ้นเป็นระยะเวลานานจะส่งผลให้ตับเกิดการอักเสบ และส่งผลให้เกิดโรคตับแข็งได้ในอนาคต และยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนเรื้อรังอื่น ๆ อีกด้วย


ไขมัน Triglyceride เป็นพลังงานสำรองที่เกิดขึ้นจากปริมาณน้ำตาลที่มากว่าร่างกายต้องการ ดังนั้นหากคุณมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารรสหวานจัด เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ของมัน ของทอด หรือน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน จึงทำให้เสี่ยงเกิดภาวะไขมันพอกตับเพิ่มมากขึ้น



น้ำตาล เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ที่ตับไม่ชอบ


ฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) เป็นฮอร์โมนที่ถูกสร้างขึ้นจากตับอ่อน มีความสำคัญในการคอยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ยิ่งเมื่อรับประทาน นม เนย ชีส กะทิ อาหารฟาสต์ฟู้ดบ่อย ๆ จะส่งผลให้ตับอ่อนผลิตอินซูลินเพิ่มมากขึ้น เพื่อรักษาระดับน้ำตาลให้คงที่ น้ำตาลที่มากเกินนี้จะถูกเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบของไขมันเพื่อรอการถูกนำไปใช้เป็นพลังงาน เมื่อเกิดภาวะดื้ออินซูลินขึ้น จึงส่งผลให้ตับมีการสะสมของไขมันเพิ่มมากขึ้น



อาหารที่ไม่ดีต่อตับ และอาหารที่ดีต่อตับ



4 ระยะของการเกิดโรคไขมันพอกตับ (Fatty Liver)


  • ระยะแรก : เกิดการสะสมไขมันอยู่ในเนื้อตับ

  • ระยะที่สอง : มีการสะสมไขมันจนตับเริ่มเกิดการอักเสบ หากมีการอักเสบเกินกว่า 6 เดือน จะยิ่งทำให้เกิดภาวะตับอักเสบเรื้อรัง

  • ระยะที่สาม : ตับเกิดการอักเสบรุนแรง ทำให้เกิดพังผืดในตับ และเซลล์ตับถูกทำลายไปบางส่วน

  • ระยะที่สี่ : เซลล์ตับถูกลายขั้นรุนแรงจนตับไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ เกิดภาวะตับแข็งและอาจกลายเป็นมะเร็งตับในที่สุด



4 ระยะของการเกิดโรคไขมันพอกตับ (Fatty Liver)



อย่าทิ้งไว้จนปวดตับ เพราะอาจรักษาไม่ทัน รักษาเชิงป้องกันได้ผ่านโปรแกรมตรวจไขมันพอกตับ


ภาวะไขมันพอกตับ ไม่สามารถรู้ได้อย่างแน่ชัด นอกจากการเข้ารับการตรวจการทำงานของตับโดยเฉพาะ โดยคุณสามารถประเมินความเสี่ยงได้ดังนี้


1. ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หนัก

2. มีภาวะโรคอ้วน น้ำหนักตัวมากกว่ามาตรฐาน (ดัชนีมวลกาย หรือ BMI 25-30)

3. ป่วยเป็นโรคเบาหวาน

4. มีพฤติกรรมรับประทานอาหารหวานจัด ของมัน ของทอด ที่เป็นแหล่งสะสมของไขมันร้าย LDL หรือไตรกลีเซอไรด์สูง

5. ไม่ออกกำลังกาย

6. มีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย คลื่นไส้เล็กน้อย ไม่มีแรง มึนงง สมาธิลดน้อยลง

7. ไม่ได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี




Thrive Wellness Clinic พร้อมให้บริการตรวจการทำงานของตับ วิเคราะห์ระดับการอักเสบ รวมไปถึงระดับน้ำตาลในเลือดที่สำคัญ ผ่านโปรแกรมตรวจไขมันพอกตับ Fatty Liver รู้ทัน ป้องกันได้ อย่าปล่อยให้ตับถูกทำลายจนไม่สามารถรักษาได้ทัน


Comments


bottom of page