top of page

Thrive Wellness Clinic

  • Facebook
  • YouTube
  • Instagram

ชั้น2 เดอะ คริสตัล เอกมัย-รามอินทรา 
เวลาเปิดทำการ 10:00 -19:00 

thrive-clinic.png

7 อาการสุดทนของมนุษย์เมนส์



คลิกเลือกอ่านเนื้อหาที่สนใจ

...




7 อาการสุดทนของมนุษย์เมนส์


7 อาการสุดทน! ที่มาพร้อมประจำเดือนมีอะไรบ้าง พร้อมวิธีรับมือของมนุษย์เมนส์ที่ต้องเจอ




อาการที่มาช่วงเป็นประจำเดือนเกิดขึ้นได้อย่างไร?


ในช่วงระหว่างเป็นประจำเดือน จะเป็นช่วงที่ระดับฮอร์โมนเพศหญิงเปลี่ยนแปลง นั่นก็คือ ฮอร์โมน Progesterone และ ฮอร์โมน Estrogen ซึ่งจะมีอาการตั้งแต่ก่อนมีประจำเดือน 1 สัปดาห์ ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ฮอร์โมนเพศหญิงลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว และเกิดผลข้างเคียงต่อร่างกาย รวมไปถึงสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้อง ทำให้เหล่าคุณผู้หญิงมีอาการดัง 7 ข้อเหล่านี้


  1. สิวขึ้นหนัก

  2. เจ็บเต้านม

  3. ปวดไมเกรน

  4. อยากอาหาร อยากทานของหวาน หิวง่าย

  5. ท้องผูก ท้องเสีย ปวดเกร็งท้องน้อย

  6. นอนไม่หลับ วิตกกังวล ตึงเครียด ไม่มีสมาธิ

  7. หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน อ่อนไหวง่าย



เมื่อเข้าสู่ช่วงมีประจำเดือน ฮอร์โมน Estrogen ที่ส่งผลให้ผิวคุณเรียบเนียน สวย จะผลิตต่ำลง ในขณะที่ฮอร์โมน Progesterone จะเพิ่มสูงขึ้น ระยะนี้จะทำให้ผลิตซีบัม (ไขมันบนใบหน้า) ออกมามากขึ้น เมื่อเซลล์ผิวที่ตายแล้วเกาะที่ผิว จึงเกิดการสะสม ผิวเกิดอาการบวม การอุดตันที่รูขุมขน ยิ่งเมื่อมีแบคทีเรีย P.Acne ที่คอยเก็บกินซากไขมันเป็นอาหารและย่อยออกมาเป็นกรด ทําให้รูขุมขนอักเสบและเกิดสิวเสี้ยน สิวอุดตัน สิวอักเสบ ช่วงบริเวณ T-zone คาม กราม กรอบหน้า

นอกจากนี้ยังกระตุ้นการหลั่งของสาร prostaglandin ที่ส่งผลต่อการบีบตัวของกล้ามเนื้อ การบีบตัวตัวของมดลูก กล้ามเนื้อหดเกร็ง คุณจึงมีอาการปวดไมเกรนได้ในช่วงก่อนมีประจำเดือน 3 วัน ปวดเนื้อปวดตัว ปวดท้องน้อย อารมณ์แปรปรวน ร้อนวูบวาบ เหงื่ออกขณะนอนหลับ

และอย่างสุดท้าย คือส่งผลต่อการทำงานของสารสื่อประสาท Serotonin ขึ้นลงไม่คงที่ ทำให้มีผลต่ออารมณ์ และเมื่อเซโรโทนินลดต่ำ จึงเกิดภาวะซึมเศร้า นอนไม่หลับ ในช่วงก่อนเป็นประจำเดือน ที่เรียกว่า PMS หรือ PMDD ได้ และยังทำให้คุณเกิด อ่อนล้า อ่อนเพลีย อยากอาหารมากขึ้น




วีนเหวี่ยงตอนเป็นเมนส์ เกิดจากอะไร



ปฏิบัติตัวอย่างไร เมื่อไม่อยากปวดท้องเมนส์


  • แนะนำรับประทานผักและผลไม้ที่อุดมไปด้วยแมกนีเซียม โพแทสเซียม วิตามินซี ธาตุเหล็ก โอเมก้า 3 เช่น ส้ม กล้วยหอม ผักใบเขียว อะโวคาโด้ แซลมอน ปลา ไก่ เป็นต้น จะช่วยลดอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เกร็งในช่องท้อง วีนเหวี่ยง นอนไม่หลับ เศร้า กระตุ้นการไหลเวียนเลือดให้ดีขึ้น

  • ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อย 2.7 ลิตร/วัน ช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายรักษาสมดุล ขับเหงื่อหรือสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขนได้ดี ช่วยในเรื่องการขับถ่าย ขจัดสารพิษ ลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ยีสต์ รา ตกค้างในลำไส้ ที่เป็นตัวการของสิว และยังช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน

  • พักผ่อนอย่างเพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง ช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูขณะนอนหลับ ร่างกายไม่สร้างฮอร์โมนความเครียด ลดการกระตุ้นให้เกิดสิว และสร้างสมดุลฮอร์โมน

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานน้ำตาล โซเดียม แป้ง โปรตีน ไขมัน เพราะจะกระตุ้นให้ร่างกายเกิดอนุมูลอิสระ เร่งการเกิดสิวต่อผิวมากขึ้น และทำให้ร่างกายอักเสบ

  • งดคาเฟอีน ชา กาแฟ ที่ส่งผลให้ร่างกายเกิดกรบีบตัวมากขึ้นทั้งในมดลูก และศีรษะ

  • หากมีอาการปวดประจำเดือนรุนแรง ถึงขั้นทำงานไม่ได้ ปวดท้องบิดหนัก หมดแรง แนะนำตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี


🌿ไธรฟ์ เวลเนส คลินิก พร้อมให้คำแนะนำและการรักษาโดยไม่ใช้ยา เพราะประจําเดือนเกี่ยวข้องกับสุขภาพของผู้หญิง ทุกๆ วัย รับคำปรึกษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ






Komentáře


bottom of page