top of page

Thrive Wellness Clinic

  • Facebook
  • YouTube
  • Instagram

ชั้น2 เดอะ คริสตัล เอกมัย-รามอินทรา 
Opening Hours เวลาเปิดทำการ 10:00 -19:30 

thrive-clinic.png

ออกกําลังกายเท่าไหร่น้ำหนักก็ไม่ลด!


ออกกําลังกายเท่าไหร่น้ำหนักก็ไม่ลด!

การออกกำลังเป็นยาวิเศษที่ช่วยลดน้ำหนัก แต่ยาวิเศษสำหรับแต่ละคนไม่เท่ากัน แม้ว่าคุณจะออกกำลังกายหนักเท่าไหร่น้ำหนักก็ไม่ลดสักที มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้ออกกำลังกายแล้วลดน้ำหนักไม่ลงมีอะไรบ้าง 


  • พันธุกรรม เพราะในร่างกายเรามียีนอย่างน้อย 100 ยีนที่มีผลต่อน้ำหนักโดยตรง หากในครอบครัวคุณมียีนที่เกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญบกพร่อง คุณก็มีโอกาสลดน้ำหนักได้ยากมากกว่าคนทั่วไปและเพิ่มความเสี่ยงโรคที่มาจากระบบเผาผลาญ เช่น ความเสี่ยงโรคเบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูง ภาวะไขมันพอกตับ โรคหัวใจ เป็นต้น 

  • อายุที่เพิ่มมากขึ้น เพราะร่างกายกับอวัยวะจะเสื่อมลงไปตามอายุ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้ดูแลสุขภาพหรือออกกำลังกายเป็นประจำ ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้น้อยลง ทำให้ไขมันที่สะสมได้ง่ายมากขึ้น 

  • ผู้หญิงลดน้ำหนักยากกว่าผู้ชาย ฮอร์โมน Testosterone ของเพศชายถูกสร้างมาไว้ใช้สร้างมวลกล้ามเนื้อจึงช่วยให้การนำไขมันไปใช้งานเกิดขึ้นได้มากกว่า ดังนั้น  ผู้หญิงมีแนวโน้ม Over Fat ได้ง่ายกว่าผู้ชาย

  • ฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ  ฮอร์โมนไทรอยด์ เป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการเผาผลาญโดยตรง โรคไทรอยด์ที่เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนจะมีผลต่อความอ้วน ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย เกิดการเผาผลาญพลังงานน้อย น้ำหนักเพิ่มขึ้นง่าย อ้วนง่าย และมีอาการบามน้ำร่วมด้วย

  • ระดับแร่ธาตุทองแดง สังกะสี เซเรเนียม อยู่ในระดับต่ำ แร่ธาตุทั้ง 3 ตัวได้แก่ ทองแดง (Copper) สังกะสี (Zinc)  เซเรเนียม (Selenium) เป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยเส่งเสริมการเผาผลาญ มักจะพบว่าผู้ที่ลดน้ำหนักได้ยากจะขาดแร่ธาตุเหล่านี้


วิธีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลดน้ำหนัก ทราบกันอยู่แล้วว่าการออกกำลังนั้นสำคัญ 

  • ออกแบบการออกกำลังให้ Balance : การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio) และขยับร่างกายให้อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น เช่น แอโรบิก ว่ายน้ำ วิ่ง ปั่นจักรยาน เป็นต้น  กับการออกกำลังกายเวทเทรนนิ่ง (Weight training) การออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ 

  • IF หรือ Intermittent Fasting คือ การควบคุมปริมาณการรับประทานอาหารตามช่วงเวลา เสมือนการอดอาหาร โดยแบ่งช่วงเวลาในการทานอาหาร และงดอาหารอย่างชัดเจน โดยรูปแบบที่ได้รับความนิยมคือ 16/8 คือ งดอาหารเป็นเวลา 16 ชั่วโมง และทานอาหารในช่วงเวลา 8 ชั่วโมง เช่น 12.00 น.- 20.00 น. คือช่วงทานอาหาร หลังจากนั้น 16 ชั่วโมงจะงดอาหารจนถึงเวลาถัดไป แต่การอดอาหารแบบ IF อาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกคน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อการดูแลอย่างเหมาะสม 


ออกกําลังกายเท่าไหร่น้ำหนักก็ไม่ลด!

อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการเสริมวิตามินที่ช่วยเรื่องระบบเผาผลาญโดยตรงต้อง IV Drip สูตร Weight Loss เพราะเป็นวิตามินสูตรเข้มข้นพิเศษที่ประกอบไปด้วยวิตามินและกรดอะมิโนช่วยให้ร่างกายเผาผลาญและนำพลังงานไปใช้ได้อย่างเหมาะสม เหมะสำหรับคนที่ต้องการเผาผลาญไขมันและลดน้ำหนัก

ราคา 3,800 บาท/ครั้ง


ปรึกษาแพทย์เพื่อออกแบบการตรวจที่เกี่ยวข้องกับระบบการเผาผลาญ และแนะนำการเสริมวิตามินที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากที่สุด โทร : 095-934-9640


bottom of page