top of page

Thrive Wellness Clinic

  • Facebook
  • YouTube
  • Instagram

ชั้น2 เดอะ คริสตัล เอกมัย-รามอินทรา 
Opening Hours เวลาเปิดทำการ 10:00 -19:30 

thrive-clinic.png

Chelation คืออะไร ราคาเท่าไหร่ ช่วยได้จริงหรือ? ชวนหาคำตอบวิธีการบำบัดผ่านเส้นเลือด




คลิกเลือกอ่านเนื้อหาที่สนใจ

...

Chelation คืออะไร?

Chelation กับ สารพิษโลหะหนัก มีอะไรบ้าง?

สารโลหะหนัก คืออะไร มีอะไรบ้าง

อาการของการมีโลหะหนักในร่างกาย

ร่างกายเรามีโลหะหนักได้อย่างไร คีเลชั่นเหมาะกับเราหรือเปล่า

โลหะหนัก อาจส่งผลต่อการเกิดโรคร้ายเหล่านี้อย่างช้าๆ

Chelation ช่วยได้ ไม่อันตรายจริงหรือ?

ทำไมต้อง Chelation?

ทำ Chelation เจ็บไหม รักษานานหรือเปล่า?

Chelation Therapy ราคาเท่าไหร่ ที่ไหนดี




Chelation คืออะไร?


Chelation คือ วิธีการบำบัดหลอดเลือดผ่านการ Detox รูปแบบหนึ่ง เพื่อดึงเอาสารพิษชนิดโลหะหนักออกจากร่างกาย การ Detox ประเภทนี้จะเหมือนการให้น้ำเกลือหรือวิตามินค่ะ แต่จะเติมสารดักจับโลหะหนัก EDTA โดยผ่านวิธี IV Drip เพื่อทำการจับโมเลกุลของสารพิษที่เป็นโลหะหนักสะสมภายในหลอดเลือดของคุณ



คุณลองจินตนาการเปรียบว่าหลอดเลือดของคุณ คือ สายยางน้ำที่คุณใช้ทุกๆ วัน แน่นอนว่าต้องเกิดการตกตะกอน ติดค้างอยู่บริเวณผนังของหลอดเลือดอยู่บ้างแน่นอน


ด้วยปัจจัยทางการดำเนินชีวิต หรือ ปัจจัยภายนอกที่คุณเองก็ไม่สามารถควบคุมได้ อย่างเช่น โลหะหนักปนเปื้อนมากับอาหารทะเล หรือ PM2.5 มลพิษทางอากาศเป็นต้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่า หากคุณสงสัยในอาการป่วยที่แก้ไม่หายเรื้อรัง คุณอาจมีการสะสมของสารพิษโลหะหนักอยู่ในร่างกายโดยไม่รู้ตัว



แน่ใจได้เหรอ? ว่าฝุ่น PM2.5 ไม่ทำให้เกิดโลหะหนักตกค้างในร่างกาย
แน่ใจได้เหรอ? ว่าฝุ่น PM2.5 ไม่ทำให้เกิดโลหะหนักตกค้างในร่างกาย



สารพิษโลหะหนัก คืออะไร มีอะไรบ้าง?


  • ตะกั่ว พบมากในโรงงานอุตสาหกรรม เครื่องยนต์เก่า แบตเตอรี่ ภาชนะผลิตอาหาร เช่นน หม้อก๋วยเตี๋ยว กระทะ

  • ปรอท พบมากในสัตว์น้ำ เช่น หมึก หอย วัควีน วัสดุอุดฟัน

  • เหล็ก พบได้ในวัสดุการก่อสร้าง การทำรถยนต์ ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า ลูกบิด กรอนประตู เครื่องดนตรี ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

  • สารหนู พบเจอได้จากน้ำฝน ปนเปื้อนกับผัก อาหารทะเล น้ำ ยาเร่งการเจริญเติบโตในเนื้อสัตว์ ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงจากการเกษตร ได้รับผ่านการหายใจ การดูดซึมเข้าผิวหนัง พบว่าคนไทยมีสารหนูการตกค้างสูงที่สุด

  • ทองแดง พบมากในอาหารทะเล

  • นิกเกิล ส่วนประกอบของโลหะในเครื่องใช้ไฟฟ้า และะวงจรอิเล็กทรอนิกส์

  • แคดเมียม พบเจอได้ในอากาศ น้ำ ดินจากการปลูกพืชทางการเกษตร แบตเตอรี่ สารเคมี เครื่องสำอาง ยาย้อมผม

  • ดีบุก อาหารบรรจุกระป๋องที่เคลือบด้วยดีบุก ทำให้ละลายปนลงในอาหาร

  • โครเมียม พบได้จากชิ้นส่วนรถยนต์ สารฆ่าเชื้อรา น้ำยารักษาเนื้อไม้ การย้อมสีในอุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมการพ่นสี

  • อะลูมิเนียม แหล่งน้ำ ดิน ปลาทะเล ยารักษาโรค เครื่องใช้ภายในบ้าน เครื่องใช้ในครัวเรือน

  • แมงกานีส พบเจอได้จากถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ ได้รับผ่านทางผิวหนัง


อาการของการมีโลหะหนักในร่างกาย

  • ปวดศีรษะบ่อยๆ แบบไม่ทราบสาเหตุ

  • ปวดตามร่างกาย ปวดตามข้อ

  • อ่อนเพลีย เหนื่อยล้าง่าย

  • เหน็บชา ตามปลายมือปลายเท้า

  • เป็นตะคริวบ่อยๆ

  • มีปัญหาผื่นแพ้หรือลมพิษบ่อยๆ

  • คลื่นไส้ อาเจียน

  • เป็นไข้

  • พูดไม่ชัด การมองเห็นเปลี่ยนไป ได้ยินผิดปกติ



ระวังตัวดีแค่ไหนอาจไม่พอ ถ้าภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ระวังตัวดีแค่ไหนอาจไม่พอ ถ้าภูมิคุ้มกันบกพร่อง


ร่างกายเรามีโลหะหนักได้อย่างไร

เช็ก! IV Drip Chelation เหมาะกับคุณหรือไม่?

  • คุณได้รับสารปรุงแต่งจากอาหารที่รสจัด มันจัด หวานจัด ติดต่อกันเป็นเวลานานและมากเกินไป

  • เครื่องสำอาง เช่น แชมพู ยาย้อมผม ลิปสติก ยาทาเล็บ

  • บริโภคยาต่อเนื่องมานานในปริมาณที่มาก

  • ฝุ่นควัน, ฝุ่น PM2.5

  • ควันพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม

  • สูบบุหรี่ หรือใกล้เคียงกับคนสูบบุหรี่เป็นประจำ ดื่มแอลกอฮอล์

  • การกินปิ้งย่าง ชาบู ก๋วยเตี๋ยว

  • ยาฆ่าแมลง

  • สารจากเคมีภัณฑ์

  • สารเคมีจากการทำงานสิ่งพิมพ์ ผลิตเยื่อกระดาษ พลาสติก งานไฟฟ้า เป็นต้น

  • อาหารแช่แข็ง

  • ผักและผลไม้ที่สดกรอบเกินไปกว่าปกติ

  • กินเนื้อสัตว์ที่ฉีดฮอร์โมนเร่งเป็นประจำ

  • ภาชนะบรรจุอาหารหรือเครื่องดื่ม ถุงใส่อาหารร้อน

  • อุดฟันด้วยอมัลกัม หรือที่อุดฟันที่มีสีเงิน



ปิ้งย่าง แหล่งสะสมโลหะหนัก
ปิ้งย่าง แหล่งสะสมโลหะหนัก


เหน็บชา ปวดหัวบ่อยๆ อาจเพราะสเต๊กย่างชิ้นโปรด
เหน็บชา ปวดหัวบ่อยๆ อาจเพราะสเต๊กย่างชิ้นโปรด


โลหะหนักสะสม อาจส่งผลต่อการเกิดโรคร้ายเหล่านี้อย่างช้าๆ

  • โรคหัวใจ

  • โรคความดันโลหิตสูง

  • โรคอัลไซเมอร์

  • โรคมะเร็ง

  • โรคตับ

  • โรคไต

  • โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

  • โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน

  • โรคธาลัสซีเมีย



IV Drip Chelation ช่วยได้ ไม่อันตรายจริงหรือ?


การทำคีเลชั่นได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณะสุข และการทำคีเลชั่นนั้นจะต้องผ่านกระบวนการจากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งซักประวัติอย่างแน่ชัด เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพราะในร่างกายของแต่ละคนมีความแตกต่างกันทางการรักษา แต่ก็มีข้อห้ามสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคประจำตัวอย่าง โรคหลอดเลือดอุดตัน โรคหลอดเลือดความดันสูง ไม่แนะนำให้ทำค่ะ ส่วนในผู้ป่วยโรคไต สามารถทำได้ แต่ต้องได้รับการคำนวณปริมาณโดส และการดูแลที่ใกล้ชิดค่ะ



ทำไมต้อง IV Drip Chelation?


หากเป็นการสะสมสารพิษที่ไม่มากนัก กลไกทางร่างกายสามารถขับออกผ่านทางปัสสาวะ หรือการรับวิตามินและแร่ธาตุจากการรับประทานอาหารได้อยู่แล้วค่ะ แต่ด้วยพฤติกรรมของแต่ละบุคคลที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงสารเคมีที่พบเจอได้ในแต่ละวัน ดังนั้น กระบวนการเดียวที่สามารถ Detox ทางหลอดเลือดของคุณได้จึงต้องเป็น IV Drip Chelation Therapy



IV Drip Chelation ช่วยฟื้นฟูกระบวนการทางร่างกาย


เมื่อร่างกายคุณสะสมไปด้วยโลหะหนักเป็นระยะเวลานาน ระบบการทำงานของร่างกายและอวัยวะภายในก็เสื่อมสภาพลง อย่างเช่นการติดรับประทานอาหารรสหวานจัด ปริมาณเยอะ ไม่ได้เป็นอันตรายต่อระดับน้ำตาลในเลือดเพียงเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการทำงานหนักของตับ IV Drip Chelation จะช่วยฟื้นฟูในกระบวนการนี้ ให้ตับไม่ทำงานหนักจนเกินไป เปลี่ยนน้ำตาลให้กลับมาใช้เป็นพลังงานได้ แและยังรวมถึงอวัยวะส่วนอื่นที่อาจเสี่ยงต่อการเกิด โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคอัลไซเมอร์โรคมะเร็ง โรคตับ โรคไต โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน โรคธาลัสซีเมีย เป็นต้น


ทำ IV Drip Chelation เจ็บไหม รักษานานหรือเปล่า?


การทำ IV Drip Chelation คือการเติมสารจับโลหะหนัก EDTA (Ethylene Diamine Tetra-acetic Acid) ฉีดผ่านทางหลอดเลือดดำ หากจะบอกว่าไม่เจ็บเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ค่ะ เพราะเข็มเจาะเข้าทางแขนของคุณ แต่ที่ ไธรฟ์ เวลเนส คลินิก จะใช้เข็มที่เล็กมาก เป็นความเจ็บที่คุณสามารถทนได้แน่นอนค่ะ โดย EDTA จะไปจับโลหะหนักแต่ละชนิดให้ขับออกมาค่ะ และใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น โดยระหว่างที่รับการรักษาคุณสามารถพักผ่อนได้ตามสะดวก และเมื่อครบเวลาการรักษาต่อครั้งคุณสามารถเดินทางกลับบ้านและใช้ชีวิตได้ตามปกติเลยค่ะ ใช้ระยะเวลาการรักษา 10-20 ครั้ง สามารถทำได้ในผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป แต่อาจได้ผลลัพธ์ที่ไม่เห็นผลมากนัก เพราะช่วงอายุที่น้อยจะยังไม่เกิดการสะสมของสารโลหะหนักที่มาก ผู้ที่ช่วงอายุระหว่างวัยทำงาน 40 ปีขึ้นไป จึงเหมาะสมมากกว่า



IV Drip Chelation Therapy ราคาเท่าไหร่ ที่ไหนดี


การทำคีเลชั่นบำบัด อาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกคน ต้องเป็นผู้ที่จำเป็นเท่านั้น จึงต้องมีการตรวจและวินิจฉัยอย่างแน่ชัดจากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ ถึงแร่ธาตุ และโลหะหนักในร่างกายอย่างแม่นยำเพื่อใช้ผลในการวิเคราะห์ก่อนรับการรักษา


IV Drip Chelation At Thrive Wellness Clinic

  • ในสูตร IV Drip Chelation สารดักจับโลหะ EDTA จะเกิดการสูญเสียแร่ธาตุร่วมด้วยโดยเฉพาะ Calcium ดังนั้นในสูตรของไธรฟ์จึงคิดค้นโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้นนี้

  • ระหว่างรับการรักษา IV Drip Chelation จะมีการเสิร์ฟน้ำ พร้อมผลไม้ เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลตก จึงต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

  • หลังรับการบริการ จะได้รับวิตามินเสริมเป็นเวลา 1 อาทิตย์ หรือ รับการบริการ IV Drip Vitamin ได้เช่นกันค่ะ




ไธรฟ์ เวลเนส คลินิก มีแพ็กเกจการตรวจ รักษาผ่านการทำ Chelation Therapy ที่ต้องได้รับการประเมินปัญหาที่พบจาก CBC BUN Creatinine ก่อนรับบริการ, ตรวจ Heavy Metal Package 5 รายการ และ การตรวจ Oligoscan ที่สามารถเช็กโลหะหนักที่สะสมค้างเป็น 10 ปีได้ พร้อมรู้ผลเพียง 2-3 นาที
และไม่เจ็บตัว ตามที่คุณหมอได้ประเมินค่ะ

 








Comments


bottom of page